Home -> Blog -> วิธีสมัคร Apple ID ของตัวเอง
วิธีสมัคร Apple ID ของตัวเอง
เปิดเบราเซอร์ของคุณ แล้วเปิดไปที่ http://www.gmail.com จากนั้นก็คลิกที่ Create an account ทางด้าน ขวาล่างเลยครับ

วิธีสมัคร Apple ID ของตัวเอง

ที่ผมเขียน Blog ตอนนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่า ผมได้บังเอิญต้องไปสอนคนๆหนึ่งสมัคร Apple ID เพราะเค้าบอกกับผมว่า อยากจะมี  Apple ID เป็นของตัวเอง ไม่อยากใช้ของพวก พ่อค้า ที่ลง App มาให้แล้วก็ อัพเดทไม่ได้ โอ้ พอได้ยินแบบนี้ ผมก็จัดแจงสอนทันที ไม่มีรีรอ แต่การสอนครั้งนั้นของผม ต้องปวดหัว และเต็มไปด้วยการเสียเวลากับการตอบคำถามอื่นๆที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องมาก ซึ่งผมคิดว่า ถ้าต้องไปสอนใครสมัคร Apple ID อีก ผมไม่เอาแล้วดีกว่า เพราะเรื่องเยอะเหลือเกิน สุดท้ายขอยอมลงทุนเหนื่อยเขียน Blog เพื่อเป็นวิทยาทานให้ทุกท่านดีกว่านะครับ

Apple ID คืออะไร?

มันคือ Username ที่จะใช้ในการให้เข้าไปดาวน์โหลด Application ต่างๆที่อยู่ใน Apple AppStore มาติดตั้งยังอุปกรณ์ไฮโซของคุณ เช่น iPhone , iPad , iPod Touch ซึ่งถ้าไม่มี Apple ID ก็จะไม่สามารถดาวน์โหลด Application อะไรมาติดตั้งบนเครื่องของเราได้เลยครับ รวมไปถึงการใช้บริการ Facetime และ Find My iPhone บน iPhone4 และ iPad ก็ต้องมี Apple ID ด้วยเช่นเดียวกัน

ปัจจุบัน หลายๆคนที่ซื้อ iPhone4 ตามตู้ขายมือถือ หรือ เอาง่ายๆ ก็ MBK .. แล้วที่ร้านก็จะบอกว่ามีบริการลง “App แท้” ให้ ตรงนี้ หลายๆคนก็ค่อนข้าง หลงกลติดกับดัก คุณพ่อค้าตามตู้ เพราะคำว่า “App แท้” มันมีความหมายได้หลายแง่มุม ถ้ามองในแง่มุมผู้ใช้ คำว่า “App แท้” น่าจะหมายถึง โปรแกรมแท้ๆ ที่ไม่ได้ Crack มา แต่ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “App แท้” บนโลก AppStore จะเป็นความหมายอีกแบบครับ

“App แท้” ในสังคมยุค AppStore หมายถึง Application ที่คุณเป็นผู้ซื้อมาโดยตรงจาก AppStore ผ่านทาง Apple ID ของคุณ ซึ่งเมื่อคุณซื้อมาแล้ว คุณมีสิทธิ์ในตัวมันอย่างเต็มที่ นั่นก็คือ

  • ต่อให้คุณลบ แล้วโหลดใหม่อีกครั้ง คุณก็จะไม่เสียค่าบริการ
  • เมื่อ App นั้นมีการอัพเดท เป็นเวอร์ชั่นใหม่ คุณก็จะได้รับการอัพเดทฟรี
  • และคุณสามารถติดตั้ง App นั้นบนอุปกรณ์ประเภท iOS ของคุณได้ 5 เครื่องพร้อมกันครับ

แต่ลองมาดูสภาพที่ตอนนี้เป็นกันอยู่  เมื่อคุณซื้อ iPhone หรือ iPad จากพ่อค้าตู้ แล้วร้านลง App ให้ ซึ่ง App เหล่านั้น ก็เป็น App แท้ครับ แต่เป็น App แท้ของเจ้าของร้าน ไม่ใช่ของคุณ ซึ่ง !!

  • เมื่อ App เหล่านั้นมีการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ คุณก็ไม่สามารถทำได้ เพราะคุณไม่มี Apple ID + Password ของเจ้าของร้าน
  • ถ้าคุณลบ App นั้นไปจากเครื่องคุณ คุณก็ไม่มีสิทธิ์ติดตั้งใหม่อีกครั้ง เพราะคุณไม่มี Apple ID + Password ของเจ้าของร้าน
  • แถม บางทีเจ้าของร้านหัวใส คิดค่าลง App แบบเหมาๆ 500 บาท บอกจะลงให้เต็มเครื่องเลย ปรากฏว่า App ที่ลงบางทีเป็น App ฟรีหมดเลย แบบนี้ก็มี

ก็เนี่ยแหละครับ ผมถึงอยากช่วยผลักดันให้ ผู้ที่เป็นเจ้าของ iPhone4 , iPad2 หรือ อุปกรณ์ไฮโซของ Apple ว่า นอกจาก มีเงินเป็นหมื่น ซื้อเครื่องไฮโซราคาแพงมาแล้ว ก็ขอให้เห็นใจโปรแกรมเมอร์นักพัฒนากันหน่อย ช่วยอุดหนุนเค้ากันบ้าง ซื้อ App แท้ๆจริงๆกัน จะทำให้คุณได้เป็นเจ้าของ App ที่แท้จริงไม่พอ คุณยังจะเป็นเจ้าของ iPhone4 , iPad2 เครื่องนั้น อย่างแท้จริง ด้วยการที่มี Apple ID ของตัวเอง ทำงานบนเครื่องนั้นอีกด้วย

มาดูวิธีสมัคร Apple ID กัน
คุณต้องมี 2 สิ่งก่อน คุณถึงจะสมัคร Apple ID ได้ครับ

  1. Email ของตัวคุณเอง แนะนำให้ใช้ Gmail
  2. บัตรเครดิต ถ้าไม่มี ผมแนะนำให้ใช้ บัตร เดบิต Be1st ของธนาคารกรุงเทพ หรือ Kasikorn Webcard ของธนาคารกสิกรครับ ซึ่งสองบัตรนี้สมัครง่ายมาก แค่เปิดบัญชีธนาคาร ก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้อง ยื่นเรื่องทำบัตรเครดิต แต่อย่างใด
  3. [Update] อ่านขั้นตอนการ Verify บัตรเดบิค Be1st กับ Kasikorn Webcard ได้ที่นี่ครับhttps://docs.google.com/document/d/1wMyWbQkApCXyB0UZHOQj8AAo2L3_Lf_qdI7P9AnCtfY/edit?pli=1

สอนกันตั้งแต่สมัครอีเมล์กันเลยทีเดียว 
จริงๆไม่อยากสอนกันละเอียดขนาดนี้ แต่ทำทั้งที ต้องจัดเต็มครับ ไปกันที่ละ Step ตามรูปเลยนะครับ

เปิดเบราเซอร์ของคุณ แล้วเปิดไปที่ http://www.gmail.com จากนั้นก็คลิกที่ Create an account ทางด้าน ขวาล่างเลยครับ

 

หน้าถัดมาจะให้เรากรอก ชื่อ – นามสกุล และ ชื่อของอีเมล์ที่คุณอยากได้ เลือกชื่อที่คุณอยากใช้มาเลย แต่คุณจะได้ใช้ชื่อนั้นหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับมีคนเลือกชื่อนั้นไปหรือยัง วิธีแก้ก็คืออาจจะเพิ่มตัวเลขที่คุณชอบ ต่อท้ายชื่อที่คุณชอบไปหน่อย ก็ได้แล้วครับ

 

การตั้งรหัสผ่านที่ดี จะต้องเป็นการผสมกันระหว่าง ตัวอักษร ตัวเล็ก ตัวใหญ่ และตัวเลขครับ ผมแนะนำให้คุณตั้งผสมแบบยากๆไปเลย เพราะคุณจะต้องใช้ User + Password นี้ตอนสมัคร Apple ID อีกครั้ง

ถัดมาจะเป็นการเลือก คำถามที่ใช้ในการกู้รหัสผ่านกรณีที่คุณลืมรหัสผ่านของอีเมล์ คุณควรจะตั้ง และคุณควรจะจำให้ได้ เพราะคนส่วนใหญ่ลืมรหัสผ่านอีเมล์ หรือ โดน Hack ไม่พอ ยังจะลืมคำถามกู้รหัสผ่านอีก ถ้าลืมตรงนี้ก็จบกันเลย และถ้าเกิดมีอีเมล์อื่นที่ใช้งานอยู่ ก็ควรจะกรอกลงในช่อง Recovery Email ไว้ด้วย เผื่อคุณลืมหมดทุกอย่าง เจ้าอีเมล์นี่ยังช่วยคุณได้ครับ และสุดท้ายตัวหนังสือ ยึกยือข้างล่างสีแดงๆ เราเรียกเจ้านี่ว่า Captcha ครับ เป็นระบบป้องกันการโดนถล่มจากพวก Hacker ที่เขียน Script เข้ามาถล่ม Server พูดง่ายๆ สิ่งที่จะอ่านเจ้าตัวหนังสือ แดงๆ ออกได้ก็มีแต่  “คน” เท่านั้นแหละครับ เค้าก็เลยใช้เจ้านี่เป็นระบบป้องกันการโจมตีจากพวก Hacker Bot นั่นเอง

สุดท้ายก็ยืนยันการสมัคร โดยการกดปุ่ม I accept. Create my accoount เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่ถ้ายังสมัครไม่ได้ ทาง Gmail ก็จะแจ้งให้เราทราบว่า เรากรอกอะไรผิด เช่น กรอกรหัสผ่านได้ไม่ปลอดภัยพอ หรือ ชื่อที่คุณเลือกมีคนเอาไปแล้ว ตรงนี้ ก็ค่อยๆแก้ไขไปนะครับ


เสร็จสิ้นขั้นตอนการสมัคร Gmail .. ยังครับ ยังไม่ได้ Apple ID เลย แค่ได้ หนึ่งในสองอย่างที่จะทำให้คุณสมัคร Apple ID มาได้เท่านั้น อีกอย่างก็คือ บัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิตที่ผมแจ้งไป ซึ่งตรงนี้ ก็ตัวใคร ตัวมันนะครับ

เอาล่ะ สมมติว่า คุณมีทั้ง 2 อย่างแล้ว เราไปสมัคร Apple ID กันเลยครับ

ก่อนอื่นคุณต้องมีโปรแกรมที่ชื่อว่า iTunes ก่อน โปรแกรมนี้จะทำหน้าที่ ในการส่งข้อมูลระหว่าง อุปกรณ์ iOS ของคุณ นั่นคือ iPhone4 , iPad2 อะไรพวกนี้ เข้ากับ เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราครับ คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม iTunes ได้จาก http://www.apple.com/itunes/ ครับ

 

สมมติว่า คุณดาวน์โหลด และ ติดตั้ง iTunes บนเครื่องคุณเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดโปรแกรมขึ้นมาเลยครับ

ด้านซ้ายจะมีหัวข้อชื่อ Store จากนั้น คลิกที่ปุ่ม iTunes Store เลยครับ

 

มองดูด้านขวาบน คลิกที่ปุ่ม Sign in ครับ

ที่หน้าต่างใหม่ที่เปิดขึ้นมา คลิกที่ Create New Account ครับ

จะมีหน้าต่างที่เป็นข้อตกลงการใช้งาน AppStore ขึ้นมา ซึ่งมั่นใจคนไทยเกินล้าน ไม่เคยอ่านอยู่แล้ว ก็ติ๊กที่ยอมรับข้อตกลงในการใช้งาน แล้ว คลิกที่ปุ่ม Continue เลยครับ

จุดนี้เค้าก็จะให้เราสร้าง Apple ID ซึ่ง Apple ID ก็คือ อีเมล์ของคุณที่พึ่งสร้างเมื่อกี๊แหละ ส่วนรหัสผ่าน คุณจะใช้แบบเดียวกับอีเมล์ของคุณก็ได้ แต่ต้องตรงตามระดับความปลอดภัยของ Apple นั่นก็คือ ต้องมีตัวอักษร ใหญ่ - เล็ก - ตัวเลข และห้ามใช้ตัวหนังสือซ้ำกันเกิน 3 ตัว รวมไปถึง รหัสผ่านทั้งหมดจะต้องยาวเกิน 8 ตัวอักษรด้วย

ถ้ามาถึงหน้านี้ได้ ให้หยิบบัตรเครดิตของคุณออกมา จากนั้นก็เลือกว่า บัตรของคุณเป็น Visa หรือ Mastercard ตามด้วยการกรอกเลข 16 หลักหน้าบัตรลงไป ตรงช่อง Card Number ส่วน Security Code คือเลข 3 หลักที่อยู่หลักบัตรครับ เสร็จแล้วก็กรอก วันหมดอายุของบัตร ซึ่งมันจะระบุไว้ที่หน้าบัตรครับ

ถ้าทุกอย่างถูกต้อง จะมาถึงหน้านี้ได้ครับ แต่ยังไม่เสร็จนะครับ คุณกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว แต่ Apple ต้องการยืนยันว่าคุณต้องการสมัครจริงๆ ไม่ใช่ว่าลูกคุณแอบไปขโมยบัตรคุณมากรอก อะไรแบบนี้ ตรงนี้ทาง Apple จะส่งอีเมล์ยืนยันกลับไปยังอีเมล์ที่คุณกรอกไว้เพื่อเป็น Apple ID นั่นเองครับ

ตรงนี้ให้กลับไปที่อีเมล์ที่เรากรอกไว้ตอนสมัคร Apple ID ครับ เพราะเค้าจะส่งอีเมล์มายืนยันที่นั่นแหละ กลับไปที่นั่นแล้วหาอีเมล์จาก Apple ให้เจอ จากนั้นให้คลิกที่ Verify Now เพื่อยืนยันว่าฉันจะสมัคร Apple ID (จริงๆนะ)

พอคลิกเสร็จ มันจะเปิดเบราเซอร์หน้าใหม่ ให้ไปที่หน้าเว็บของ Apple ครับ ตรงนี้ให้เรากรอก อีเมล์เรา ซึ่งตอนนี้กลายเป็น Apple ID ไปเรียบร้อยแล้วกับรหัสผ่านไว้ได้เลย จากนั้นก็คลิกที่ Verify Address


 

ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ให้คลิกที่ปุ่ม Reture to Store มันจะกลับมาเปิดหน้า iTune Store ใน โปรแกรม iTues อีกครั้งหนึ่ง

 

แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วคร้าบ การสมัคร Apple ID เหมือนจะง่าย แต่ขั้นตอนก็แอบยุ่งยาก

 

 

และนี่ก็เสร็จสิ้นการสมัคร Apple ID ของคุณแล้วครับ และ เมื่อใดก็ตามที่คุณคลิกเข้า iTunes Store เพื่อ ซื้อโปรแกรม จากในอุปกรณ์ iPhone , iPad ของคุณ … คุณก็ทำการกรอก Apple ID หรือ อีเมล์ที่คุณใช้สมัคร หร้อมรหัสผ่านลงไปซะ แค่นี้ คุณก็จะสามารถซื้อ Application ที่มีกว่า 500,000 โปรแกรมใน Apple AppStore และ เป็นเจ้าของมันอย่างแท้จริงตลอดกาล จะลบ จะอัพเดท จะทำยังไงก็ด้าย ว่ะ ฮ่า ฮ่า…

 

ปล. ได้รับข้อมูลเรื่องของการใช้งานบัตร Be1st กับ K-Webcard มาแบบละเอียดๆ ลองคลิกอ่านดูได้ที่นี่เลยครับ :  https://docs.google.com/document/d/1wMyWbQkApCXyB0UZHOQj8AAo2L3_Lf_qdI7P9AnCtfY/edit?pli=1

 

 

About Ripmilla

อาจารย์ศุภเดชแห่ง รายการแบไต๋ ไฮเทค เองครับ ผมเป็น Geek ที่ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน ชอบดูอนิเม แต่ทำงานเป็นพิธีกรและผู้ดูแลระบบ Network ให้กับหลายๆแห่ง ถ้าชอบรีวิวโปรแกรมฟรีที่ผมเขียน ก็ลองกด Follow Twitter หรือ Facebook ของผมดูครับ รับรองมีอีกเยอะ
Loading Facebook Comments ...