Home -> Blog -> ปีใหม่นี้ซื้ออะไรเป็นของขวัญให้ตัวเองดี

ปีใหม่นี้ซื้ออะไรเป็นของขวัญให้ตัวเองดี

ใกล้ปีใหม่แบบนี้ หลายๆคนคงอยากใช้เงินกันเต็มเหนี่ยว ไหนจะ Bonus ออก ไหนจะกิเลสงอก ยิ่งช่วงปลายปีแบบนี้อุปกรณ์ไอทียิ่งเซลล์กันหูดับตับไหม้ ผมเลยเลือก Gadget IT 10 หมวดหมู่แล้วก็คัดเลือกมาว่า แต่ละหมวดหมู่คุณน่าจะซื้ออะไรดี มาดูกันเลยครับ

Smartwatch : Pebble Time

Smartwatch เป็นของเล่นใหม่ประจำปีที่มีคนเข้ามาทำให้ตลาดนี้ตื่นเต้นกันเยอะแยะ เรามี Android Wear สารพัดยี่ห้อจาก Google … Apple Watch ที่โคตรแพงจาก Apple และอีกสารพัดยี่ห้อในตลาดเช่น Withings แต่ทั้งหมด ก็ไม่มีใครที่สร้าง Community ได้แข็งแกร่งเท่า Pebble ครับ .. Pebble เป็น Smartwatch ตัวแรกๆของโลกที่เกิดจากโครงการ Kickstarter .. ระดมทุนไปอ้วกแตกในรุ่นแรกกว่า 10 ล้านเหรียญ และรุ่นล่าสุดที่ชื่อ Pebble Time ก็ระดมทุนกันไปอ้วกแตกรอบสองอีก 20 ล้านเหรียญ ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Smartwatch ที่มีคนใช้กันเยอะทั่วโลก

ข้อดีของ Pebble Time คือ รองรับทั้ง iOS / Android และ WindowsPhone (แบบไม่สมบูรณ์แบบ) ใช้ได้นาน 7 วัน , มี App รองรับเพียบ และ Interface แบบใหม่ที่เรียกว่า timeline ทำให้ใช้งาน Smartwatch ได้ง่ายขึ้นอย่างมาก ราคาเมืองนอกอยู่ที่ 199$ แต่ราคาขายเมืองไทยค่อนข้างสูงหน่อย ทั้งจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวบวกกับค่านำเข้า ราคาก็อยู่ที่ 8,990 บาทครับ ถึงยังไงก็ยังน่าสนใจกว่า Apple Watch อยู่ดี ขนาดผมติ่ง Apple ยังไม่อยากจะใช้เลยเจ้า Apple Watch เนี่ย

Fitness Tracker : Garmin Vivofit 2 

เป็น Fitness Tracker ที่ผมใส่ต่อเนื่องมาประมาณครึ่งปีแล้วโดยที่ไม่ได้ถอดมาชาร์จเลย เพราะ Battery ของมันสามารถทำงานต่อเนืองได้ถึง 1 ปีครับ เป็น Fitness Tracker ที่ผมชอบที่สุดเลยหลังจากที่ทดลองใส่มาสารพัดยี่ห้อ ทั้ง Jawbone Up / Runtastic / Mi Band … จุดเด่นของมันก็อย่างที่บอกไป ไม่ต้องชาร์จ Battery ถ้าแบทหมด ก็แกะน็อตออกมาเปลี่ยนถ่านใช้งานต่อได้อีกปีนึง กันน้ำในระดับใส่อาบน้ำได้เลย บอกเวลา นับก้าว ตรวจจับการนอน คำนวนแคลอรี่ และรองรับระบบ ANT+ สำหรับแสดงผลอัตราการเต้นของหัวใจด้วย ถือว่าครบเครื่องในราคาประหยัดที่สุดเท่าที่เห็นมาใน Fitness Tracker ทั้งหมดเลยนะครับเนี่ย สนนราคาตอนนี้อยู่ที่ 3,990 บาทครับ หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป

Action Camera : GoPro Hero4 Session 

ช่วงนี้คนใช้พวกกล้อง Action Camera กันเยอะ ปีที่แล้วถ้าถามว่าจะซื้ออะไรดีก็คงตอบว่าเป็น GoPro Hero 3 Black Edition .. แต่สำหรับปีนี้ ผมยกให้ตัวนี้เลยครับ GoPro Hero4 Session ครับ ในแง่คุณภาพของภาพ อาจจะไม่ได้เทียบเท่า Hero4 Black Edition ที่เป็นตัว Top .. แต่เทียบเท่า Hero4 Silver ที่เป็นตัวรองเท่านั้น แต่แค่นั้นก็พอแล้ว ความเจ๋งของ Hero4 Session ก็คือ กันน้ำในตัวไม่ต้องใส่เคส ทำให้ขนาดเล็กมาก บวกกับรูปร่างที่เป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ทำให้ตัว Mount สามารถติดตั้งมุมไหนก็ได้ เพิ่มขอบเขตในการติดตั้งแบบโคตรๆ คือติดมุมแปลกๆได้มากกว่ารุ่นเดิมเยอะมาก แถมตัวเล็กลงน้ำหนักเบา ติดตั้งง่ายขึ้นเยอะมาก ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 14,800 บาท แต่ตอนนี้น่าจะลดราคาไปหลายพันแล้ว ใครที่อยากได้ Action Cam สุดแสนใช้ง่ายผมแนะนำเจ้านี่เลยครับ

Wireless Router : Netgear R7000

ปัญหาของอุปกรณ์ Network ในบ้าน คือการที่มันมีความสามารถไม่เพียงพอต่อการรองรับอุปกรณ์ที่มีในบ้านตอนนี้ครับ พวก Wireless Router ที่แถมๆมากับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นรุ่นล่างๆ ที่ออกแบบมาให้รองรับอุปกรณ์ต่อเชื่อมได้ประมาณ 7-10 ชิ้น ราคาประหยัด เน้นให้ต่อเน็ตได้ก็พอแล้ว แต่ทุกวันนี้คนเรามีอุปกรณ์เยอะขึ้นอย่างมาก คนหนึ่งคนอาจจะมีอุปกรณ์ 3 ชิ้น นั่นก็คือ Smartphone / Tablet / Notebook ก็ได้ แล้วบ้านนึงมีกันกี่คนล่ะครับ ลองรับดูกันเล่นๆก็ได้นะ

ทีนี้สำหรับคนที่อยากจะเปลี่ยน Wireless Router ตัวเดียวในเวอร์ชั่นเจ็บแต่จบ ผมแนะนำ Netgear R7000 ครับ Wireless Router ตัวนี้รองรับมาตรฐาน AC ที่เป็นมาครฐานล่าสุดของวงการ Wireless LAN รองรับ Bandwidth สูงสุดถึง 1,900 Mbps ทั้งความถี่ 2.4 Ghz และ 5Ghz .. ตัว CPU เป็น Dual Core 1Ghz เรียกได้ว่า รองรับอุปกรณ์ต่อเชื่อมได้พร้อมๆกันสูงถึง 100 เครื่องสบายๆ แถมยังมีระบบ Parental Control เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกๆไปเข้าเว็บไม่ดีอีกต่างหาก ถึงราคาจะสูงไปซักหน่อยคือตัวละ 8,xxx บาท แต่ด้วยประกันของ King IT ที่ประกันต่อเนื่องยาวถึง 9 ปี ในระดับ เสียเปลี่ยนตัวใหม่ เรียกว่าคุ้มสุดๆ เพราะค่าใช้จ่ายเฉลี่ยปีละพันเท่านั้นครับ

Desktop Monitor : LG Curved Ultrawide Monitor 34UC97

จอตัวนี้เป็นจอที่ผมรีวิวเองใน Freeware.in.th และในรายการ The Reviewer .. (เอิ่มมมม ต้องบอกว่ารายการเรานี่บ้าพลังจริงๆเลยแฮะ ไอ้ตัวที่ผมเลือกมาเกือบหมด นี่ผ่านการรีวิวในรายการมาแล้วทั้งนั้น) ไม่ต้องพูดมากสำหรับคนที่ทำงานหน้าคอม คงต้องอยากได้จอใหญ่ๆ และกว้างๆ สำหรับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานสาย Graphic , ตัดต่อ , Excel หรือ ดูหนังก็ตาม เจ้า LG Cuved UltraWide Monitor ตัวนี้ นอกจากสัดส่วนเป็นแบบ Ultrawide (21:9) แล้ว ยังเป็นจอโค้งด้วยครับ เพราะจอภาพที่ใหญ่มากๆ ระดับ 30 นิ้วขึ้นไป หากเอามาทำเป็นจอคอมพิวเตอร์แล้วนั่งทำงานตรงหน้าในระยะ 60 เซนติเมตรเนี่ย ส่วนใหญ่ถ้ามองไปตรงๆจะสัดส่วนเพี้ยนทั้งนั้น เพราะว่าขอบเขตในการมองของลูกตาเรานั่นเองครับ ดังนั้นทาง LG ก็เลย ทำจอให้โค้งรับกับลูกคา เพื่อให้เราสามารถเห็นภาพได้แบบเต็มตาโดยที่สัดส่วนไม่เสียนั่นเอง

LG Curved Ultrawide Monitor 34UC97 ตัวนี้ รองรับความละเอียด 3,440 x 1,440 บวกกับตัวจอภาพแบบ IPS ที่รองรับมาตรฐาน sRGB สูงถึง 99% … เหมาะกับการนำมาทำงานด้าน Graphic สุดๆ เพราะสามารถนำมาทำงานด้านถ่ายภาพ สิ่งพิมพ์ได้ตรงเป๊ะๆ อย่างที่อยากจะได้ครับ สนนราคาก็เรียกว่าคุ้มค่าตัวล่ะครับ ราคาเปิดอยู่ที่ 33,900 บาทครับ แต่ตอนนี้ราคาน่าจะลงเยอะแล้วนะ ไปดูรายละเอียดที่นี่เลยครับ http://www.lg.com/th/where-to-buy

Cleaning Robot : iRobot 870

หุ่นยนต์ทำความสะอาดประจำบ้านผมมากว่า 2 ปี ซึ่งตอนแรกผมสบประมาทเจ้าหุ่นพวกนี้เอาไว้เยอะครับ ประมาณว่า ยี้!!! แค่ของหลอกเด็กเป็นเครื่องดูดฝุ่นโง่ๆ ที่วิ่งหลอกเด็กเท่านั้นแหละ ไม่ได้แอ้มเงินผมหรอก ไปๆมาๆ หลังจากที่ทดลองซื้อมาใช้ผมนี่แทบจะกราบขอโทษที่ไปด่าว่ามันเอาไว้เยอะ ความสำคัญของเจ้า iRobot ในบ้านผมคือระดับเดียวกับ ตู้เย็นและเตาไมโครเวฟ เป็นความสำคัญระดับที่ว่าถ้าเสียแล้วต้องวิ่งไปซื้อใหม่อย่างแน่นอนโดยไม่อิดออดแต่อย่างใด ซึ่งตัวที่ผมแนะนำคือ iRobot 870 ที่เป็นรุ่นรองท็อปของปี 2014 ครับ [อ่านรีวิว iRobot Roomba 870 ได้ที่นี่]

ทำไมถึงแนะนำรุ่นนี้??

ก็เพราะว่ามันมีเทคโนโลยี AeroForce ที่เป็นระบบดูดฝุ่นแบบใหม่ของ iRobot ทำให้ดูดได้สะอาดกว่าเดิมมาก มีระบบตั้งเวลาอัตโนมัติในการวิ่งออกไปทำความสะอาดประจำวัน ถ้าถีงเต็ม ก็จะมีไฟเตือนว่าถังดูดฝุ่นเต็มแล้ว เรียกได้ว่า ความสามารถครบเครื่องในราคาที่ถูกกว่าตัวท็อปเกือบหมื่นบาท  ยิ่งถ้าบ้านคุณมีสัตว์เลี้ยง เช่น หมา หรือ แมว นี่โคตรสวรรค์เลยครับ ผมเลี้ยง Jack Russell กับ Italian Greyhound ไว้ในห้อง เวลากลับมาบ้านทีไร จะรู้สึกสากๆพื้นเวลาเดินเพราะขนที่ร่วงลงพื้นของพวกมัน แต่พอเอา iRobot มาใช้ปั๊บ พอกลับมาบ้าน เดินเท้าเปล่าด้วยความรู้สึก นุ่มลื่นเหมือนเดินบนผ้าไหมเลย โอ๊ยยย มันช่างสุดยอด ราคาเปิดของ iRobot Roomba 870 อยู่ที่ 38,000 บาท ที่ตอนนี้ราคาน่าจะลงเยอะแล้ว ลองไปหามาดูนะครับ

Wireless Speaker : LG Music Flow H4

ลำโพงไร้สายเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก ตอนนี้เห็นกันเยอะแยะไปหมดโดยเฉพาะบรรดาลำโพงก็อปจากประเทศจีนที่เลียนแบบหน้าตาลำโพงรุ่นดังสารพัดยี่ห้อ ทั้ง Beat / Bose / JBL กันยกใหญ่ … ถ้าไม่นับเรื่องพลังเสียง แต่เน้นไปที่ความเทพของระบบเชื่อมต่อ ผมขอแนะนำ LG Music Flow H4 ตัวนี้เลยครับ ตัวลำโพงเป็นแบบดอกคู่ที่มาพร้อมระบบ Bass ขนาดเล็กกะทัดรัด แต่พลังเสียงก็ไม่ธรรมดา มีระบบควบคุมบนตัวลำโพงเลย

รองรับระบบ Google Cast ให้คุณ Stream เพลงผ่านระบบ Wireless LAN ได้เลย และที่เจ๋งมาก ถ้าคุณมี LG Music Flow H4 มากกว่า 1 ตัว คุณสามารถเชื่อมต่อมันในลักษณะของลำโพง Stereo ก็ได้ หรือถ้าคุณมีเครื่องเสียง LG ก็สามารถแปลงร่างมันเป็นลำโพง Home Theater ก็ได้ด้วยครับ โคตรเทพ สนนราคาอยู่ที่ 5.990 บาทเท่านั้นเรียกได้ว่าไม่แพงเลย ไปดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยครับ http://www.lg.com/th/where-to-buy

หูฟัง : Bose SoundTrue® Ultra in-ear headphones

ถ้าใครติดตาม Facebook ของผมก็คงจะรู้ดีว่าผมเป็นติ่ง Bose ในเรื่องของหูฟังด้วย แล้วก็มีหูฟัง Bose ติดอยู่แทบทุกที่ ทั้งในบ้าน ในกระเป๋าทำงานแต่ละใบ ลำโพงโต๊ะทำงานยังเป็น Bose เลยครับ ฮ่าๆ สำหรับหูฟัง ผมก็คงจะแนะนำ Bose เหมือนกันครับ แต่เป็น in-ear ตัวใหม่ล่าสุดของ Bose SoundTrue® Ultra in-ear headphones …. สำหรับแนวในการฟังของ Bose ก็คงจะเรียกว่า ฟังสบาย ไม่อึดอัด แต่เต็มอิ่ม ครับ ไม่อึดอัดเหมือน Beats ที่เรียกว่าอัดเบสมาซะท่วม จนแทบสำลัก

ตัวหูฟัง เป็น in-ear ในรูปแบบที่ไม่ได้ยัดหูจนคุณอึดอัด เรียกได้ว่าใส่สบายได้ทั้งวัน แถมยังไม่ได้ปิดหูจนคุณไม่ได้ยินเสียงอะไรรอบตัวอีกด้วย ตัวรีโมทก็ออกแบบมาให้ทำงานได้ทั้ง iOS และ Android มาพร้อมกระเป๋าแสนเท่ ค่าตัวก็อยู่ที่ 6.900 บาทครับ อาจจะแพงไปนิดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่เชื่อเถอะว่ายัดหูแล้วไม่ผิดหวังครับ

เอาล่ะครับ ก็มีประมาณนี้แหละ เป็น List ที่ผมเลือกมาเพราะแต่ละอย่างเป็นของที่ผมอยากได้ บวกกับใช้อยู่ทั้งนั้นก็เอามาแนะนำ เผื่อว่าสิ้นปีนี้ เหลือเงินเยอะไม่รู้จะเอาไปถมกับอะไรก็ถมกับของพวกนี้ได้เลยครับ อิอิ

Check Also

การเรียนรู้รูปแบบใหม่ของ ม.กรุงเทพ ที่ทำให้อยากกลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้ง

นี่คือความรู้สึกของผมจริงๆ ตอนที่นั่งฟังอยู่ในงานแถลงข่าวเปิดตัวหลักสูตรใหม่ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อวันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2019 ที่ผ่านมานี่แหละ ต้องเล่าให้ฟังก่อน ที่ ม.กรุงเทพเนี่ย เป็นมหาวิทยาลัยที่จะใช้ Creativity หรือความคิดสร้างสรรค์ เป็นแกนกลางแล้วนำไปผสานกับเทรนด์อื่นๆของโลก เพื่อสร้างเป็นหลักสูตร …