Home -> Blog -> ทำไมคุณถึงควรจะเลิกใช้ Windows XP ได้แล้ว

ทำไมคุณถึงควรจะเลิกใช้ Windows XP ได้แล้ว

เพิ่งกลับจากงานสัมนาของ Blognone Quest มา หัวข้อครั้งนี้เป็นเรื่องของระบบ Security ทางด้านระบบไอทีมากมาย แต่ในงานวันนั้นมีหัวข้อนึงที่หลายๆคนให้ความเอาใจใส่มาก นั่นก็คือเรื่องของ Microsoft ที่ประกาศหยุดสนับสนุน  Windows XP อย่างจริงจังในวันที่ 8 เมษายนที่กำลังจะถึงนี้

หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยรู้สึกเดือดร้อนอะไรเท่าไหร่ เพราะว่าก็คงนึกไม่ออกว่า แล้วไอ้การที่ Microsoft หยุดสนับสนุน Windows XP มันก็ไม่ได้ทำให้ตัวเองเดือดร้อนตรงไหน … ก็ Windows XP ในเครื่องชั้นก็ยังทำงานได้อยู่ นี่นา ไม่เห็นจะต้องไปสนใจอะไรมันเลย

ซึ่งถ้าคุณเห็นด้วยกับประโยคข้างบนนี้ คุณอาจจะต้องคิดใหม่กันซักนิดนึง

สาเหตุก็เพราะว่าปัจจุบัน รูปแบบการโจมตีของ Hacker ที่ใช้อยู่ในยุคปัจจุบันมีการพัฒนาไปมากทีเดียวเลยครับ

เมื่อก่อนการโจมตี จะใช้ไวรัส / Malware ล่อให้ติดกับด้วย Email หรือการดาวน์โหลดไฟล์จากหน้าเว็บ

ซึ่งเมื่อเราติดไวรัส / Malware พวกนั้นเข้าไป ก็จะทำให้เครื่องของเรามีอาการบ๊องๆ เอ๋อๆ ไฟล์งานเสียหายบ้าง โดนลบบ้าง ทำให้ Windows ของเราไม่สมประกอบบ้าง

แต่ปัจจุบัน Hacker ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการโจมตีอย่างเดียวก็คือ เงิน ล้วนๆ และเค้าจะทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อที่จะเข้ามายึดเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา และขโมยทุกอย่างที่มีค่าที่อยู่ในนั้นไป

rsz_uniscan_-_how_to_scan_website_for_vulnerabilities5

และการโจมตีในยุคปัจจุบัน ไม่ได้แค่ล่อให้ติดเชื้อผ่านหน้าเว็บหรือ Email อย่างเดียวแล้วเพราะวิธีแบบนั้นมันช้ามากๆ จะเปิด Server ของตัวเอง ซึ่ง Server เครื่องนี้จะกระจายอยู่ทั่วโลก ทำหน้าที่ Scan ไปเรื่อยๆ ว่ามีคอมพิวเตอร์เครื่องไหน ยังไม่ได้อัพเดทเพื่อแก้ไขปัญหาด้าน Security อยู่บ้าง

ทันทีที่เจอปั๊บ Hacker ก็จะทำการ Exploit (เจาะระบบโดยอัตโนมัติ) เพื่อฝังเชื้อของมันเข้ามาในเครื่องของเราได้ทันทีครับ

คอมพิวเตอร์ที่ติดเชื้อแล้ว จะถุกเรียกว่า botnet .. เป็นเหมือนหุ่นยนต์ภายใต้การทำงานของ Hacker ….

เวลาที่เราใช้งาน มันก็จะแอบเก็บข้อมูลที่เรากรอกลงไป เช่น username / password , หมายเลขบัครเดรดิต / Email / เอกสารทุกรูปแบบที่เอื้อต่อการขโมยข้อมูลอื่นๆต่อ

จากนั้น หากวันใดก็ตามที่ Hacker ต้องการกำลังพลไปโจมตีเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง …

botnet

Hacker ก็จะสั่ง botnet ทั้งหมดผ่าน C&C Server (Command and Control Server) ….. เพื่อสั่งให้เครื่องเราที่เป็นทาสรับใช้มัน ส่งข้อมูลไปโจมตี

เป็นฐานส่ง Malware ให้คนอื่นต่อรวมไปถึงเป็นเครื่องยิง Spam mail ใส่ชาวบ้านด้วย

ฮ่า.. หลายคนก็ไม่เดือดร้อนอีก เครื่องคอมพิวเตอร์ของผมไม่มีอะไรเลย มีแต่ลงเกมไว้เล่น ไฟล์งานเอกสารเด็กมหาลัย หรือ ภาพถ่ายเฉยๆ มันเปลี่ยนเป็นเงินไม่ได้หรอก โดนไปก็ไม่เห็นเดือดร้อน

โอ… คุณคิดผิดอย่างแรงครับ!

อย่างแรกก็คือ ไอ้เรื่องไฟล์เสียหายเนี่ยไม่โดนกับตัว ไม่มีทางรู้หรอก หลังๆ Hacker จะไม่ทำลายไฟล์แล้วครับ มันเสียเวลา เค้าจะใช้วิธีจับตัวประกันแทน นั่นก็คือ จะทำการล็อคกุญแจใส่รหัสไฟล์ทั้งหมดของเราไว้ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพ ไฟล์เอกสาร ไฟล์วีดีโอ โปรแกรม เพลงต่างๆในเครื่องเรา จะโดนล็อคเอาไว้ ทำให้เราเปิดไม่ได้ ก็อปไปไหนก็ไม่ได้ ลบยังไม่ได้เลย

จากนั้นมันก็จะทำการเรียกค่าไถ่เราครับ ถ้าเราไม่จ่ายเงินมัน มันก็จะไม่ปลดล็อคให้ ถ้าอยากรู้เรื่องนี้เพิ่มเติม ไปอ่านอีกหัวข้อเรื่อง Ransomware .. เมื่อ Hacker จับข้อมูลคุณเป็นตัวประกัน ได้เลย

และปัจจุบันช่องทางที่เราจะโดน Hack ได้ มันช่างมากเหลือเกิน

  • Phishing (โดยล่อให้ไปคลิกเพื่อดาวน์โหลด หรือ กรอกรหัสผ่าน ในหน้าเว็บที่เราคิดว่าเป็นของผู้ให้บริการเช่น ธนาคาร แต่จริงๆแล้วโดน Hacker เปิดเว็บที่หน้าตาเหมือนกันล่อไว้
  • Crack Software : โปรแกรมแจกฟรี ที่หลายๆคนเชื่อว่ามีคนใจดีมา Crack ทิ้งไว้ให้ อย่าโลกสวยไปนัก Hacker ไม่เคยทำอะไรให้ใครฟรีๆนะครับ
  • Vulnerability Scan : เขียนโปรแกรมขึ้นมา Scan ไปใน Internet ทีละเครื่อง เจอเครื่องไหนมีช่องโหว่ ก็จะมี Script ที่สามารถ Hack ให้โดยอัตโนมัติ
  • ล่อให้โหลด App มาลงในมือถือ พอเราเอามือถือมาเสียบกับเครื่องเรา ก็จะติดเชื้อใส่ PC ด้วย

และอื่นๆอีกมากมาย และทั้งหมดนี่ จะยิ่งเยอะกว่านี้ เมื่อ Microsoft หยุด Support Windows XP + คุณยังใช้ Windows XP อยู่

Windows XP อยู่บนโลกนี้มา 13 ปีกว่าๆ มี Patch เพื่อแก้ไข Bug เป็นหมื่นๆ ตัว สาเหตุก็เพราะว่า มันถูกใช้งานมานาน แถมคนใช้เถื่อนก็เยอะ เพราะหาทาง Crack กันได้ง่ายที่สุดนั่นเอง

 ให้ผมสรุปง่ายๆก็คือ 

เพื่อที่จะป้องกันให้คอมพิวเตอร์ + ข้อมูลของคุณปลอดภัย คุณจะต้องใช้ระบบปฏิบัติการที่ความปลอดภัยดีพอ และระบบปฏิบัติการนั้นอาจจะปลอดภัยแค่วันนี้ แต่พรุ่งนี้ มันก็อาจจะเจอช่องโหว่ให้ Hacker เจาะเข้ามาก็ได้ ดังนั้น จงใช้ระบบปฏิบัติการที่มีการสนับสนุนอยู่ ถึงจะปลอดภัยที่สุด ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่ Windows XP แล้ว

ถ้าอยากใช้ต่อ ได้ไม๊?? ได้ แต่ก็รับกรรมเองละกัน เข้าใจตรงกันนะ

แต่ถึงแม้ Microsoft ไม่สนับสนุนต่อ เราลงโปรแกรม Antivirus ไว้ ก็น่าจะป้องกันได้มั้ง??

MSE

อย่างแรกเลยก็คือ ตัวโปรแกรม Antivirus แจกฟรีของ Microsoft ที่ชื่อ Microsoft Security Essential ก็จะหยุด Support เหมือนกันครับ

ส่วน Antivirus ยี่ห้อต่างๆ ก็ประกาศสนับสนุน Windows XP ต่อไปอีกไม่เท่าไหร่ จะมีก็แค่ Trend Micro ที่ทำระบบ Virtual Patching ขึ้นมาเป็นระบบป้องกันเพิ่มอีกชั้น ซึ่งมันไม่ได้เหมาะกับเครื่องตามบ้าน แต่มันเหมาะกับเครื่องในองค์กรมากกว่านะครับ

// < ![CDATA[
// < ![CDATA[
// < ![CDATA[
//

อันนี้ผมฟังมาจากในงาน Blognone Quest เลย

ดังนั้นทางออกที่ดีและจบที่สุด ผมว่าก็ อัพเกรดระบบปฏิบัติการครับ ซึ่งตัวล่าสุดตอนนี้ก็คือ Windows 8.1

windows_81v2-590x327

สำหรับผู้ใช้งานตามบ้าน ผมเชื่อว่า ตัดสินใจไม่ยากหรอก แต่ไอ้ที่ไม่ทำ ก็เพราะมีเหตุผลติงต๊องดังต่อไปนี้ครับ เลยไม่ยอมตัดสินใจทำซะที

ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยากหรอกครับ ไอ้การอัพเกรด Windows เนี่ย ช่วยกันอัพเกรดเพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญกว่านั่นก็คือ ข้อมูลส่วนตัวของเรา และเพื่อไม่ให้เครื่องเรากลายเป็นทาสของพวก Hacker กันด้วยเถอะคร้าบ

 

Comments

comments

Check Also

การเรียนรู้รูปแบบใหม่ของ ม.กรุงเทพ ที่ทำให้อยากกลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้ง

นี่คือความรู้สึกของผมจริงๆ ตอนที่นั่งฟังอยู่ในงานแถลงข่าวเปิดตัวหลักสูตรใหม่ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อวันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2019 ที่ผ่านมานี่แหละ ต้องเล่าให้ฟังก่อน ที่ ม.กรุงเทพเนี่ย เป็นมหาวิทยาลัยที่จะใช้ Creativity หรือความคิดสร้างสรรค์ เป็นแกนกลางแล้วนำไปผสานกับเทรนด์อื่นๆของโลก เพื่อสร้างเป็นหลักสูตร …

47 comments

Leave a Reply