Home -> Blog -> Wireless Router กับ Access Point มันต่างกันยังไง? เอามาใช้แทนกันได้ไหม

Wireless Router กับ Access Point มันต่างกันยังไง? เอามาใช้แทนกันได้ไหม

Access Point เป็นอุปกรณ์ที่หลายๆคน งงๆและสับสนกับ Wireless Router กันน่าดู เพราะหน้าตามันก็เหมือนกัน ปล่อย WIFI เหมือนๆกัน เกาะแล้วก็ได้เน็ตเหมือนกัน แล้วมันต่างกันตรงไหนเนี่ย แล้วถ้าเราจะซื้อมาติดบ้าน ควรจะซื้อ Access Point หรือ Wireless Router ดีล่ะ

ถ้าผมพูดภาษา Network .. ผมสามารถบอกได้เลยว่า Access Point ทำงานที่ Layer 2 ส่วน Wireless Router ทำงานที่ layer 3 เย๊ จบข่าวทุกคนแยกย้ายกลับบ้านนอนได้

พ่อง!

ทำไมได้ยินเสียงด่าในใจจากหลายๆคนนะ

เปลี่ยนใหม่ละกัน ขออธิบายแบบง่ายๆครับ เวลาเราติดตั้ง Internet จากผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น ADSL / VDSL / Docsic / Fiber .. ทางผู้ให้บริการจะให้ Wireless Router มาตัวนึง ซึ่งถ้าเราดูข้างหลังมัน เราจะเห็นว่ามันมี Port ในการเชื่อมต่อ เป็น 2 ชุดใหญ่ (หรือมากกว่านั้น บางคนมี Cable TV / โทรศัพท์ อะไรก็ว่าไป)

d-link-adsl-router-rear

ซึ่งยกตัวอย่าง ADSL Router .. คุณจะเห็นว่ามันมี ช่องสำหรับเสียบสายโทรศัพท์เพื่อต่ออินเทอร์เน็ต 1 ช่อง กับ LAN อีก 4 ช่อง

31ts8gssxll-01_sl500_

ถ้าเป็น Docsis Router ก็จะเห็นว่ามันมี LAN 4 ช่อง กับ รูสำหรับเสียบ Cable จากผู้ให้บริการแบบในรูป

ถ้าพูดแบบอธิบายง่ายๆ ก็คือ Internet จะเข้ามาทาง รูเสริมที่เพิ่มเข้ามา ตามแต่ Media ที่ใช้

เช่น !!

ADSL / VDSL ใช้สายโทรศัพท์

Docsis ใช้สาย Coaxial

Fttx ใช้สาย Fiber Optic

สายจากฝั่งผู้ให้บริการนั้น เราถือว่าเป็น Network จากฝั่งผู้ให้บริการ เป็น LAN คนละวงกับบ้านเรา ซึ่งการที่เราจะสามารถต่อ internet จากวงภายใน (สาย LAN หรือ WIFI) ที่เราต่อจาก Wireless Router เนี่ย ตัว Router จะเป็นคนจัดการให้ผ่าน Service ที่ชื่อว่า NAT (Network Address Translation) ครับ

แล้วทำไมต้องใช้ Wireless Router ด้วยล่ะ

สาเหตุก็เพราะว่า การส่งข้อมูลบนโลก Internet นั้น ใช้สิ่งที่เรียกว่า IP Address ในการอ้างอิงที่อยู่บนโลก Internet ครับ เมื่อก่อนนั้น การที่จะส่งข้อมูลไปหาอุปกรณ์ใดๆก็ตามบนโลก Internet นั้น จะต้องทำการกำกับ IP Address ให้กับอุปกรณ์ตัวนั้นเพื่อที่จะรู้ได้ว่า เราจะส่งข้อมูลไปยังปลายทางที่ไหน

IP Address ประกอบไปด้วยเลข 0-255 จำนวน 4 ชุดรวมกัน เช่น 203.144.207.29 อะไรแบบนี้ ซึ่งในโลกนี้เรามี IP Address ทั้งหมด 4,294,967,296 หมายเลขหรือประมาณ สี่พันกว่าล้านหมายเลขนั่นแหละ

เมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน อุปกรณ์ที่จะเข้าสู่โลก Internet มันมีไม่เยอะครับ ใครอยากได้ IP Address ก็มาทำเรื่องร้องขอไปใช้ แต่พอผ่านมายุคหลัง เราเกิดอาการ IP Addressไม่พอ ครับ เค้าก็เลยทำการแบ่ง IP Address เป็นสองกลุ่มนั่นก็คือ

Public IP Address : IP Address ที่สามารถเข้าถึงได้จริงบนโลก Internet

Private IP Address : IP Address กลุ่มที่จัดสรรขึ้นมาเพื่อใช้งานในเครือข่าย ที่ไม่จำเป็นต้องออกสู่ Internet

post-19-private-ip-addresses-and-subnets-22513
Public IP Address แต่ละ Class

พวก IP แบบ Private IP Address เนี่ย ที่เราคุ้นๆหน่อยก็จะมีกลุ่ม 192.168.0.x ที่คนส่วนใหญ่จะเห็นว่าเป็น IP Address ของที่ใช้ในบ้านตัวเอง ซึ่งกลุ่ม IP แบบ Private พวกนี้ ไม่ได้ใช้อ้างอิงในโลก Internet ดังนั้น จะเอาไปใช้ซ้ำซักกี่พันล้านครั้งเท่าไหร่ก็ได้

แต่ถ้าเกิด อุปกรณ์ในกลุ่ม Private IP Address อยากจะออก Internet ขึ้นมาา จะทำยังไงดีล่ะ

คำตอบก็คือ ต้องมี IP ในกลุ่ม Public IP Address เป็นตัวแทนในการส่งข้อมูลเข้าออกให้ยังไงล่ะครับ คิดซะว่า วง LAN นั้นคือ หมู่บ้าน คนในหมู่บ้านอยากจะคุยอะไรกันก็เดินไปหากันได้ (เพราะอยู่ Network เดียวกัน) แต่ถ้าจะส่งข้อมูลไปนอกหมู่บ้าน ก็ต้องไปที่ไปรษณีย์เพื่อส่งจดหมาย แล้ว ไปรษณีย์จะเป็นตัวแทนเรานำจดหมาย (ข้อมูล) ออกไปส่งให้  เมื่อได้ข้อมูลกลับมาแล้ว ก็จะนำกลับมาส่งให้เราที่บ้าน

นั่นแหละครับ

ซึ่งขั้นตอนนี้ในภาษา Network เราเรียกว่า การทำ NAT ออกไปนั่นเอง

image0021083244899217

Wireless Router ที่ทำหน้าที่คั่นกลาง และ เป็นเหมือนประตูในการออกสู่ Internet ของผู้ให้บริการ ซึ่งหมายความว่ามันจะมีสองขา ในการเชื่อม Network ขานึงเพื่อออกสู่ Internet อีกขานึง เพื่อติดต่อกับเครื่องใน LAN ของเรานั่นเองครับ

ดังนั้น อุปกรณ์อะไรก็ตามที่เป็น Router .. นั่นหมายถึง มันสามารถ ส่งข้อมูลข้ามไปข้ามมาระหว่าง Network 2  Subnet ได้นะครับ จำง่ายๆประมาณนี้

wireless-access-point-vs-router

ส่วน Access Point .. หน้าที่ของมันก็ตามชื่อเลยครับ “จุดในการเข้าถึง” นั่นเอง

Access Point ส่วนใหญ่ทำหน้าที่ปล่อย WIFI ออกมาเพื่อให้อุปกรณ์ที่รองรับ WIFI นั้น เชื่อมต่อเข้ามาเพื่ออยู่ใน LAN เดียวกันได้

จบข่าว

เราจึงเห็นว่า อุปกรณ์ Access Point ส่วนใหญ่มี LAN แค่ 1 Port เพื่อแค่จิ้มกับ Network Switch เพื่อให้เครือข่ายนั้น มีจุดสำหรับปล่อย WIFI เพิ่มขึ้นมาอีกจุดนึงนั่นเองครับ เพราะเมื่อเชื่อมเข้ามาแล้ว ถือว่าอุปกรณ์ที่เชื่อมเข้ามานั้นอยู่ใน LAN วงเดียวกัน ส่วนจะออกอินเทอร์เน็ตได้หรือเปล่า เป็นหน้าที่ของ Wireless Router ครับ

หน้าที่ของ Wireless Router กับ Access Point นั้นคล้ายคลึงกัน แต่ถ้ามองในเชิง Network แล้ว ถือว่าเก่งกันคนละอย่างครับ ไว้จะเขียนเล่าเรื่องนี้แบบละเอียดๆอีกครั้งละกันนะ

อย่างไรก็ตาม

แล้วเราเอา Wireless Router มาใช้แทน Access Point ได้บ้างไหม ? เพราะส่วนใหญ่เราจะมีอุปกรณ์เหลือๆจากผู้ให้บริการ หรือบางทีซื้อทิ้งๆเอาไว้ พอซื้อตัวใหม่ก็เสียดายตัวเก่า ถ้าลากสาย LAN ไปก็สามารถเอาตัวเก่ามาขยายเครือข่ายของ WIFI ให้กว้างขึ้นได้

คำตอบคือ ได้ครับ

แต่!!

ถ้าคุณจะเอา Wireless Router มาทำงานเป็น Access Point มีเรื่องที่ต้องจำเอาไว้ 2 เรื่อง

  1. ปิด DHCP Service ใน Wireless Router ตัวนั้น
  2. เสียบสาย LAN เข้า กลุ่มที่เป็น LAN ห้ามเสียบกลุ่มที่เป็น WAN นะครับ

ป.ล.

มันก็มี Wireless Router ที่สามารถเปลี่ยนโหมดตัวเองเพื่อกลายเป็นแค่ Access point ได้  และ Access Point ที่มี LAN Port ข้างหลังมากกว่า 1 รู ก็มี .. อย่าไปทึกทักเอาเองว่า อุปกรณ์ตัวนั้น เป็นอะไร หรือทำได้เท่านั้นเท่านี้ตามที่เห็นตรงหน้าล่ะครับ ยังไงก็ต้องดู Spec Sheet ถึงจะดีที่สุด

จบข่าว ถ้าชอบก็ฝากแชร์ครับ จะได้มีแรงเขียนเรื่อง Network แบบภาษามนุษย์ให้เข้าใจแบบง่ายๆกัน

 

Comments

comments

Check Also

5 ชอบ / 5 ไม่ชอบ กับเครื่อง New Macbook Pro

New Macbook Pro … เครื่อง Macbook Pro รุ่นล่าสุดที่ Apple ออกมาแทนรุ่นเก่าที่ไม่เปลี่ยนโฉมเลยประมาณ 4 ปีกว่าๆ ได้ ตอนที่เปิดตัวมีแต่คนกริ๊ดอยากจะได้ อยากจะได้ …

Leave a Reply