Home -> Review -> Yi Camera กล้องวงจรปิดแบบ IPCam แบบโคตรครบเครื่องจาก Xiaomi

Yi Camera กล้องวงจรปิดแบบ IPCam แบบโคตรครบเครื่องจาก Xiaomi

Xiaomi นี่แม่งก็เหมือน Apple เข้าไปทุกที คือ ไม่ได้จ่ายเงินมาให้ผมรีวิวให้เล้ยยย แต่ผมต้องดั้นด้นสั่งของมาใช้เอง แล้วยังต้องรีวิวฟรีให้มันอีก เฮ้อ ล่าสุดนี่ก็พึ่งสั่งของจาก Aliexpress มา 2 ชิ้นเป็น Yi Camera กล้องวงจรปิดแบบ IPCam กับ Mi Mini Router ของ Xiaomi ครับ

IMG_1065

สั่งของไปตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม  2015 มาส่งวันที่ 18 สิงหาคม 2015 ต้องถือว่าเร็วนะครับ เพราะไม่ได้เลือกส่งด่วนเลย

IMG_1066

โฉมหน้าของ Mi Router Mini (ซ้าย) และกล้อง Yi Camera (ขวา) กล่องแอบเยินเหมือนกันนะ ท่าทางตอนส่งจะดุเดือดพอสมควร

IMG_1070

ตัวที่ผมสั่งมาเนี่ย ดันกดผิด ดันไปกดเอารุ่นธรรมดาแทน เพราะตอนนี้มันมีรุ่นใหม่ที่เป็น Night Vision คือถ่ายตอนกลางคืนได้ครับ ตัวนี้เป็นรุ่นแรกที่เป็นกล่องวงจรปิดแบบปกติ

IMG_1071

ในกล่องไม่มีอะไรเยอะ มีแค่คู่มือ สายชาร์จ Micro USB หัวปลั๊กเสียบแล้วก็ตัวกล้องพร้อมฐานแค่นั้นเอง

IMG_1074

ตัวกล้องที่เป็นวงกลมดำๆ สามารถหมุนได้ 360 องศา แล้วก็มาพร้อมฐานที่หมุนบิดได้อีก 180 องศา

IMG_1072

ด้านหลังมี QR Code ไว้สำหรับ Scan QR Code และด้านซ้ายเป็นช่องเสียบ Micro SD Card ครับ

IMG_1075

ทาง Xiaomi บอกว่าเลนส์ที่ใช้มีค่า f 2.0 และกว้าง 111 องศา รองรับความละเอียด 1,280 x 720  ถือว่าความละเอียดระดับ HD เลยล่ะ  แล้วก็มีไมค์และลำโพงในตัวยนะครับ เป็นกล้องที่สามารถทำ Two Way Communication ได้เลน

IMG_1080

ช่องเสียบ Micro USB อยู่ด้านล่าง สายที่ให้มายาวประมาณ 1.20 เมตร เรียกได้ว่าเป็นกล้องวงจรปิดตั้งโต๊ะง่ายๆ มากกว่า ถ้าอยากจะยึดกำแพง หรือ เพดาน อาจจะยากหน่อย เพราะไม่ได้ทำช่องเจาะรูไว้ให้เลย ต้องพลิกแพลงด้วยการแปะเทปกาวสองหน้า หรือ ทำแท่นวางเอาเองครับ

และเนื่องจากเป็น IPCam ดังนั้นจึงต้องมี Network แบบไร้สายให้มันด้วยไม่งั้นมันทำงานไม่ได้นะครับ แถมการจะเข้าไปควบคุม ก็ไม่เหมือน IPCam รุ่นอื่นๆ ที่สามารถเข้าไปดูผ่าน Browser ได้ เจ้า Yi Camera ตัวนี้จะทำงานผ่าน App เท่านั้นครับ

IMG_1086

ตัวกล้องไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ดูกันเท่านี้ก็พอแล้ว วิธีการใช้ก็ไม่ยากครับ แต่จะปวดหัวก็เพราะ App ของมันเป็นภาษาจีนนี่แหละ ซึ่งถ้าพิมพ์จีนไม่เป็น ก็หาโหลดไม่เจอด้วย ใครอยากจะโหลด App ก็คลิกที่ Link นี้เลยครับ https://itunes.apple.com/th/app/xiao-yi-zhi-neng-she-xiang-ji/id931168730?mt=8 ซึ่งเมื่อโหลด App มาแล้วคุณจะต้อง Login ด้วย Mi Account ด้วยนะครับ ใครไม่มีก็กดสมัครได้ วิธีการสมัครที่ง่ายที่สุด คือใช้เบอร์มือถือ +668x-xxx-xxxx สมัครเข้าไป สาเหตุที่ต้องใช้ Mi Account เพราะว่า ทาง Xiaomi พยายามผลักดัน Internet of Things มาก ก็เลยพยายามจับอุปกรณ์ที่ตัวเองขายทั้งหมด เชื่อมต่อเข้าสู่ส่วนกลาง แล้วให้ใช้ Mi Account ทำการ Login มาควบคุมครับ

IMG_1089

พอ Login เข้ามาได้แล้วก็มาสู่ขั้นตอนการเชื่อมต่อกล้องกับ Mi Account ของเรา

วิธีการ Setup กล้องของมันเนี่ยก็แสนจะปวดหัว ทั้งๆที่ Xiaomi บอกว่าใช้ง่ายมาก แค่ 1 นาทีก็เซ็ทได้แล้ว แต่ไอ้ความยากของมันคือ เสียงบรรยายสถานะระหว่างการเชื่อมต่อมันเป็นเสียงจีนหมดเลยครับ อย่างในภาพมันบอกว่า คุณได้ยินเสียงจากกล้องบอกว่า ตัวกล้องพร้อมจะเชื่อมต่อแล้วไหม ซึ่งกล้องมันก็พูดจีนออกมารัวๆเลยครับ แล้วกรูจะเข้าใจได้ยังไงฟร้าา สุดท้ายก็มั่วๆไป

IMG_1091

ขั้นตอนถัดมา ใส่ชื่อ WIFI + รหัสลงไป เพื่อให้ตัว App จะได้ ส่งให้กล้องมันรู้จักแล้วก็เชื่อมต่อเข้าสู่ WIFI

IMG_1092

ขั้นตอนถัดมา ตัว App จะสร้าง QR Code ขึ้นมา ให้เราเอาตัว Code ไปให้กล่องส่อง ซึ่งตัวกล้องจะจับภาพได้ไวมากแล้วก็รับค่า Config ไปใช้ครับ

IMG_1094

ก็ใช้เวลาประมาณ 1 นาทีจริงๆนั่นแหละ แต่ถ้าคุณเอ๋อ เพราะว่าเดาแนวทางการ Setup ไม่ออก ก็อาจจะทำให้งงๆได้นะครับ

ยังไงดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากวีดีโอรีวิว App ได้นะครับ หรือจะอ่านสรุปคร่าวๆจากข้างล่างก็ได้

จุดเด่น

  • มีไมค์และลำโพงในตัวสามารถคุยกับปลายทางได้ เสียงค่อนข้างดัง แถมตอนเรากดปุ่มไมค์เพื่อพูดกับอีกฝ่าย จะมีเสียงนิ๊งหน่องเพื่อบอกอีกฝ่ายด้วย
  • มี Motion Detector ในตัว กำหนดระยะเวลาได้ ว่าจะให้ระบบทำงานกี่โมง – กี่โมง แต่ไม่มีการกำหนด Zone เพื่อบอกให้รู้ถึง Motion Detector .. เรียกว่า ภาพตรงไหนขยับก็เตือนมันหมด คุณอาจจะรำคาญได้นะถ้ามันเตือนรัวๆ
  • บันทึกภาพย้อนหลังให้ 5 วินาที ในช่วงที่ Motion Detector ทำงาน
  • ตัว App สามารถมอบความสามารถในการดูกล้องให้คนอื่นที่เรากำหนดได้ด้วย โดยการแชร์ผ่าน Mi Account (อีกฝ่ายจะต้องมี Mi Account เหมือนกัน)
  • มีตัวบอก Bandwidth ที่ใช้งานทำให้รู้ว่าภาพตอนนี้ใช้ Bandwidth อยู่เท่าไหร่

ข้อสังเกต

  • เสียงกับภาพจะ Delay ประมาณเกือบๆ 1 วินาที ไม่ได้ realtime มาก
  • WIFI ยังเจออาการหลุดๆอยู่บ้าง บางทีเข้ากล้องไม่ได้ต้องรอซัก 5 นาที
  • Mi Account ต้องสมัครด้วยเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น
  • ไม่มีภาษาไทย ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน
  • เวลาที่แสดงอยู่ด้านบนซ้ายยังปรับแต่งไม่ได้ จะโชว์เป็นเวลาของประเทศจีนเท่านั้น รอลุ้น Firmware รุ่นหน้าว่าจะแก้ไขได้เปล่า

ราคาขายในจีนอยู่ที่ 129 หยวน ประมาณ 720 บาท (ถ้าเป็นตัว Night Vision อยู่ที่ 149 หยวนหรือประมาณ 830 บาท) แต่สำหรับของหิ้ว อันนี้ก็แล้วแต่ร้านเลยครับ

 

Check Also

รีวิวพ่อบ้าน ตู้เย็น Samsung รุ่น Bottom Freezer ตู้เย็นที่ไม่ทำให้คุณปวดหลังเวลาเปิด!

จั่วหัวให้มันแปลกตา แต่รีวิวนี้เป็น Sponsored Post ที่มาได้จังหวะดีโคตรๆ เพราะผมพึ่งซื้อบ้านใหม่ และกำลังอยากจะได้ตู้เย็นพอดี ซึ่งทรงของตู้เย็นแบบนี้ อาจจะไม่ได้ใหม่หรือแปลกอะไรนักในบ้านเรา (หลายคนอาจจะได้ใช้นานแล้ว) แต่ผมเองก็พึ่งจะได้ใช้ตู้เย็นแบบนี้ แล้วพบว่า เออมันดีเหมือนกันแฮะ FacebookTwitterLine