Home -> Review -> รีวิว Logitech K480 Keyboard ครอบจักรวาล Sync กับอุปกรณ์อะไรก็ได้

รีวิว Logitech K480 Keyboard ครอบจักรวาล Sync กับอุปกรณ์อะไรก็ได้

พึ่งซื้อ iPad Pro 9.7 มาใหม่ครับ กะจะเอามาทำงาน Video Production ทั่วไปๆ เช่นการรีวิวด้วยวีดีโอ + Facebook Live + เขียน Blog อะไรแบบนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็มี iPad Keyboard ของ Logitech อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้เอามาใช้งานนาน ตอนนี้เลยเจ๊ง ปุ่มเหนียว กดไม่ติดไปแล้ว เสียดายชิปเป๋งซื้อมาตั้งเกือบ 3,000 !!!


เลยต้องมองหา Keyboard ตัวใหม่ แต่ตอนนี้วงการ Keyboard สำหรับอุปกรณ์พกพาก็อัพเกรดกันไปเยอะมากๆ มีคนที่ลงมาเล่นตลาดนี้เยอะทั้ง Microsoft / Logitech / Rapoo ก็เลยมีตัวเลือกในการเลือกซื้อมาใช้งานเยอะกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย

ก็เลยไปนั่งอ่านรีวิว Keyboad ทั้งเมืองไทย เมืองนอก ทุกคนก็บอกกันว่า Logitech K480 นี่แหละครอบจักรวาล ตัวเดียวเที่ยวทั่วโลก สามารถใช้ Pair ได้ทั้ง Windows / Mac / iOS / Android

ตัวนี้สอยมาจาก itruemart ในราคา 1,290 บาท ประมาณสองวันก็ส่งมาถึงบ้าน


แกะกล่องออกมา ก็ไม่มีอะไรเยอะครับ คือมี Keyboard อันเดียวแล้วจบเลย… เออ ก็โอเคนะ


คู่มือก็ไม่จำเป็นเพราะมันมีวิธีใช้งานสกรีนอยู่บนตัว Keyboard อยู่แล้ว ปุ่มกดเป็น Chicklet Keyboard ขนาดปุ่มค่อนข้างใหญ่และค่อนข้างห่างมากๆ ผมใช้พิมพ์ได้โดยที่ตัวหนังสือผิดน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับ Tablet Keyboard ตัวอื่นๆ ที่เคยใช้มา รีวิวนี้ก็พิมพ์บน Keyboard ตัวนี้แหละครับ บอกตรงๆว่า ตอนที่พิมพ์ครั้งแรกยังตกใจเลยว่าพิมพ์ได้คล่องมาก


ทาง Logitech ออกแบบให้ Keyboard ตัวนี้ให้ใหญ่รองรับอุปกรณ์ Tablet ขนาด 10 นิ้วลงไป ซึ่งก็คือ iPad Pro 9.7 ที่ผมใช้นี่แหละกำลังดีเลย

การใช้งานกับ iPad Mini กับ iPhone ก็ทำได้ไม่มีปัญหาแหละ ผมชอบไอ้ตรงที่วาง iPad ตรงนี้นะ เพราะถ้าวางแนวตั้ง จะสามารถวาง iPad Pro 9.7 คู่กับ iPhone6s ได้พอดีเลย จอนึงทำงาน อีกจอไว้หาข้อมูลง่ายๆ หรือทำ Video Call ประชุมกับอีกฝ่าย


จุดเด่นของเจ้า Logitech K480 ตัวนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่มันสามารถ Pair กับอุปกรณ์ได้สามชิ้นพร้อมกัน โดยสามารถสลับไป-มา ผ่านเจ้าแป้นหมุนนี่แหละครับ


วิธีที่เราจะ Pair กับอุปกรณ์อะไรก็มากดเลือกตรงนี้ครับ ถ้าคุณจะเอาไป Pair กับ Android / Windows / Chrome OS ก็กดปุ่มทางซ้ายค้างไว้สามวินาทีจนไฟกระพริบ แล้วค่อยจับ Pair กับอุปกรณ์ที่คุณเลือก ส่วนถ้าใช้ iOS / MacOS ก็เลือกปุ่มขวาเท่านั้นเอง


สำหรับปุ่ม Function Key ก็มีปุ่ม Shortcut พื้นฐานที่ใช้กับ iOS / Android / Windows มาครบ ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Home / Back / Search / Setting / Lock Screen / Multi Windows … หรือปุ่มที่ผมโคตรชอบเลย นั่นก็คือ ปุ่ม Capture หน้าจอครับ โอ๊ย ทำงานง่ายขึ้นเยอะ


ส่วนปุ่มหลักๆที่ใช้ในค่าย Windows อย่าง Ctrl / Alt / Start Key หรือ ปุ่ม Cmd Key ของ Mac ก็จะเป็นปุ่มดั้งเดิมนี่แหละครับ แต่จะปรับเปลี่ยนไปอย่างอัตโนมัติตาม OS ที่เราใช้ Pair

ใต้เครื่องก็จะเป็นฝาปิด Battery โดยที่ตัวเครื่องใช้ถ่านขนาด aaa จำนวนสองก้อน มีไฟ Led แสดงปริมาณ Battery แล้วก็ปุ่ม Power อยู่ข้างๆกัน


สรุปความรู้สึกหลังซื้อ Logitech K480 มาใช้งาน

  • ปุ่มให้สัมผัสดีมาก พิมพ์ผิดน้อย กดง่าย เสียงกดพอกล้อมแกล้มให้อารมณ์นักเขียนได้
  • ร่องสำหรับเสียง Tablet เข้าไปเพื่อวาง เป็นยาง เหนียวดี ไม่ทำให้เครื่องหล่น และไม่เป็นรอยด้วย
  • พอ Pair 3 เครื่องเสร็จแล้ว เวลาหมุนปุ่มเพื่อย้ายไปอีกเครื่องนึงจะใช้เวลา Sync ประมาณ 2 วินาทีกว่าจะใช้ได้
  • วัสดุค่อนข้างดี ปุ่มกดเป็นพลาสติกที่สกรีนไทยมาแล้ว ตัวบอดี้ทำมาแข็งแรง ดูแล้วไม่พังง่าย
  • ติ่งสุดท้ายที่ทำให้ทำใจชอบแบบเต็มร้อยไม่ลงหรือ หนักครับ… ตัว Keyboard หนักชิปหายครับ น้ำหนักตั้ง 820 กรัม เรียกได้ว่า น้ำหนักของ iPad Pro + Case iPad + Keyboard สามอย่างนี้รวมกันน่าจะหนักพอๆกับหยิบ Macbook Air 13 ออกจากบ้านไปทำงานเลยล่ะ

เอาเป็นว่าถ้าคุณพกอุปกรณ์พกพาเยอะๆ แล้วต้องใช้งานด้าน Keyboard บ่อยๆ เจ้า Logitech K480 นี่ก็ไม่ทำให้ผิดหวังล่ะ แถมยังได้กล้ามเนื้อไบเซปเป็นของแถมเวลาพกไปทำงานนอกบ้านด้วย ฮ่าๆ

Check Also

รีวิวพ่อบ้าน ตู้เย็น Samsung รุ่น Bottom Freezer ตู้เย็นที่ไม่ทำให้คุณปวดหลังเวลาเปิด!

จั่วหัวให้มันแปลกตา แต่รีวิวนี้เป็น Sponsored Post ที่มาได้จังหวะดีโคตรๆ เพราะผมพึ่งซื้อบ้านใหม่ และกำลังอยากจะได้ตู้เย็นพอดี ซึ่งทรงของตู้เย็นแบบนี้ อาจจะไม่ได้ใหม่หรือแปลกอะไรนักในบ้านเรา (หลายคนอาจจะได้ใช้นานแล้ว) แต่ผมเองก็พึ่งจะได้ใช้ตู้เย็นแบบนี้ แล้วพบว่า เออมันดีเหมือนกันแฮะ FacebookTwitterLine