Home -> bicycle -> รีวิวสายคาด Smart Heart Rate Monitor ของ Runtastic รุ่นใช้กับ iPhone และ Android

รีวิวสายคาด Smart Heart Rate Monitor ของ Runtastic รุ่นใช้กับ iPhone และ Android

ก่อนหน้านี้ผมได้รีวิวตัว วัดรอบขากับความเร็วจักรยานของ Runtastic .. วันนี้จะมารีวิวอุปกรณ์อีกตัวที่จำเป็นมากสำหรับการออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่ใช้กับจักรยาน แต่ใช้กับหลายๆกิจกรรมเลยครับ นั่นคือ ตัวจับอัตราการเต้นของหัวใจ หรือ Smart Heart Rate Monitor ของ Runtastic ครับผม

หัวใจของคนเราจะมีการเต้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปให้ส่วนต่างๆของร่างกาย โดยที่วัดค่าออกมาเป็นหน่วย ครั้ง/นาที ซึ่ง ยิ่งเราออกกำลังกายให้หนัก หรือเหนื่อยมากขึ้นเท่าไหร่ หัวใจก็จะยิ่งเต้นเร็วมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นสำหรับนักกีฬาหรือคนที่ชอบออกกำลังกาย ส่วนใหญ่จะใช้ตัว Heart Rate Monitor หรือตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อบอกให้รู้ว่า ตอนนี้เครื่องยนต์ของเรากำลังทำงานอยู่ระดับไหน เพื่อที่จะประเมินความสามารถของร่างกาย ว่าจะออกกำลังกายต่อ หรือจะพักดี นั่นแหละครับ

8l3IFWTn9OD-NoFJO9k4Fc9oIoKyNMfVP12Y_TQEF2U_2JXgnGHcCuP1V4kkv0PYJiHpIa7WOXEh6uJhrTD0ef8_xiKaxzJVT8UGqk1MZFwoXdJU3kP1a8sCUIkY0zd5k4M_HzD2cREwYHn9Cazq6O7nv69oU1h4e4R0rUJGs2MoNtc_iK2WIG2IXm2WUHs7E3QBaGpODIfOMiD7knY3

แต่ไม่ใช่ว่าเราจะสักแต่ออกกำลังกายแล้วก็ฝืนร่างกายไปเรื่อยๆนะครับ การเต้นของหัวใจจะมีระดับการเต้นสูงสุดที่หัวใจนั้นสามารถรับได้ ซึ่งถ้าหัวใจของคุณเต้นในระดับที่สูงสุดนานๆ มันจะหยุดทำงานแล้วคุณก็จะตายไปเลยนะครับ อันนี้อันตรายมากๆ

pulseratechart

และในการออกกำลังกาย เค้าจะมีการแบ่งโซนการเต้นของหัวใจออกเป็นอีก 5 โซนด้วย โดยที่แต่ละโซนจะมีวัตถุประสงค์ในการออกกำลังกายที่ไม่เหมือนกันครับ วิธีการคำนวนแบบง่ายๆก็คือ

  • โซนที่ 1 : จะให้หัวใจเต้นในอัตรา 50 – 60 % ของ Max Heart Rate และออกกำลังกายต่อเรื่องอย่างน้อย 20 – 40 นาที ประโยชน์ที่ได้ก็คือ พัฒนาเรื่องของการซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกาย เรียกได้ว่าเหนื่อยแบบสบายๆ เหงื่่อซึมนิดหน่อย หายใจไม่หอบ ยังมีแรงพูดได้อยู่
  • โซนที่ 2 : จะให้หัวใจเต้นในอัตรา 60 – 70 % ของ Max Heart Rate และควรจะออกกำลังกายในโซนนี้อย่างน้อย 40 – 80 นาทีเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด โดยที่โซนนี้จะเป็นการออกกำลังกายที่ร่างกายดึงพลังงานจากไขมันมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ที่สุด ทำให้การลดน้ำหนักเห็นผลอย่างมาก ถ้าออกกำลังกายโซนนี้จะเหงื่อออกมาเยอะระดับนึง หายใจหอบ แต่ยังพูดได้
  • โซนที่ 3 : จะให้หัวใจเต้นในอัตรา 70 – 80% ของ Max Heart Rate การออกกำลังโซนนี้เรียกว่า แอโรบิคโซน ควรใช้เวลาไม่เกิน 10 – 30 นาที การออกกำลังกายในโซนนี้จะทำให้ร่างกายมีการดูดซึมออกซิเยนอย่างเต็มที่ เพิ่มความอึดในร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง เป็นโซนที่ออกกำลังกายแล้วเหงื่อท่วมที่สุด หายใจหอบ พูดเป็นคำๆพอได้ บางคนพูดไม่ได้เลย
  • โซนที่ 4 : จะให้หัวใจเต้นในระดับ 80 – 90 % ของ Max Heart Rate คนทั่วๆไปที่ไม่ใช่นักกีฬาส่วนใหญ่จะมาไม่ถึงโซนนี้กัน เพราะมันเหนื่อยมากๆ เป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มศักยภาพของร่างกาย โดยเฉพาะ จะมีการปวดกล้ามเนื้อและหายใจหอบมากๆ ไม่ใช่นักกีฬาก็ไม่ควรโหมออกกำลังกายระดับนี้นะครับ
  • โซนที่ 5 : หัวใจจะเต้นในระดับ 90 – 100 % ของ Max Heart Rate … อันนี้เหมาะสำหรับพวกนักวิ่งความเร็วสูงระยะสั้นเท่านั้นนะคร้าบ และต้องอยู่ในการดูแลของคนอื่นด้วย เกิดเราร่วงไป ไม่มีคนมาดูแลเราจะตายเอาง่ายๆเลยนะครับ

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าหัวใจของเราสามารถเต้นได้สูงสุดเท่าไหร่ มันมีวิธิในการคำนวนอยู่ครับ ซึ่งค่านี้ เราจะเรียกว่า Max Heart Rate โดยที่สามารถคำนวนได้ง่ายๆ ตามสูตรดังต่อไปนี้นะครับ

ถ้าคุณเป็นผู้ชาย ให้เอา 220 – อายุของตัวเอง เช่นผมอายุ 36 ก็ให้เอา 220 – 36 = 184 นี่ก็คือ อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดที่หัวใจของผมสามารถรับได้

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงให้ใช้ 226 – อายุของตัวเอง แค่นี้ก็ได้แล้วครับ

แต่นี่เป็นแค่สูตรคร่าวๆเท่านั้นนะครับ ยังมีสูตรโดยละเอียดที่จะต้องวัดภายใต้การดูแลของแพทย์อีก ถ้าคุณไม่ใช่นักกีฬาอาชีพใช้สูตรนี้ก็เพียงพอแล้วครับ

ทีนี้เพื่อให้ออกกำลังกายให้ได้ตามโซนที่อยากจะปฏิบัติ เราก็ต้องมาทำการคำนวนซักหน่อยนะครับว่า ถ้าอายุ 36 แบบผม อยากจะออกกำลังกายในโซน 2 หรือ โซน 3 จะต้องให้หัวใจเต้นกี่ครั้งต่อนาทีกันแน่ สูตรง่ายๆก็คือ

เอา Max Heart Rate x % ของแต่ละโซน แค่นี้แหละครับ  (จริงๆมันมีหลายสูตรมากครับ ถ้าง่ายๆเอาแค่นี้ก็พอ)

หรือเอาง่ายๆ ก็ไปใช้ Heart Rate Calculator ก็ได้นะครับ http://www.briancalkins.com/HeartRate.htm

SNAG-0106

หลายคนอ่านแล้วรู้สึกว่า “เฮ้ย เมิงจะเรื่องมากไปไม๊เนี่ย แค่ออกกำลังกาย ก็เอาให้มันง่ายๆก็ได้ ” อันนี้มันก็จริงครับ แต่สำหรับคนที่รู้สึกสนุกกับการออกกำลังกายและอยากจะให้การออกกำลังกายของตัวเองสนุกแล้วก็เห็นประสิทธิภาพมากที่สุด เครื่องมือและการออกกำลังกายแบบนี้มันก็จำเป็นครับ ซึ่งคุณจะไม่มีทางรู้ระดับการเต้นของหัวใจของคุณเลย ถ้าคุณไม่ใช้อุปกรณ์ประเภท Heart Rate Monitor ครับ

IMG_0894

ชุดที่ผมซื้อมา คือ Smart Heart Rate  Monitor นะครับ เมื่อแกะกล่องออกมา จะพบกับของ 4 อย่างด้วยกันนั่นก็คือ

  • ตัว Heart Rate Monitor ของ Runtastic
  • Activation Code สำหรับซื้อ App Runtastic PRO GPS Running ราคา 4.99$ แต่อันนี้แจก CODE ฟรีมาในกล่องเลยครับ (https://itunes.apple.com/th/app/runtastic-pro-gps-running/id366626332?mt=8)
  • คู่มือการใช้งาน
  • สายคาดออก ซักได้ ปรับระยะได้

IMG_0895

ตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจ ขนาดเล็กมากครับ คาดแล้วไม่เกะกะ น้ำหนักประมาณ 89 กรัม รวมสายคาดแล้ว

IMG_0896

ด้านหลังจะมีหมุดที่เอาไว้ยึดกับสายคาด และก็ใช้ถ่านกระดุมแบบเดียวกับนาฬิกาทั่วไป

IMG_0897

สายคาดยางยืด ไว้ประกอบกับตัว Heart Rate Monitor

IMG_0899

 

ทีนี้เวลาที่จะใช้งานก็เอาประกอบสายคาด แล้วคาดไว้ที่หน้าอกตรงแถวๆใต้ราวนมนะครับ  แล้วก็เข้าไปที่ App Runtastic เลย ซึ่งเจ้า Runtastic Smart Heart Rate Monitor รองรับทั้งหมด 3 App ด้วยกันนะครับนั่นคือ

  • Runtastic PRO GPS Running (นักวิ่ง)
  • Runtastic Road Bike (ปั่นจักรยาน)
  • Runtastic Mountain Bike (ปั่นเสือภูเขา)

คาดสายทิ้งเอาไว้ก่อนแล้วมาเปิด App นะครับ ให้ไปที่ Setting -> Sensor -> Sensor -> Bluetooth Smart นะครับ คาดไว้ซักพัก สัญลักษณ์รูป Heart Rate จะขึ้นเป็นสีเขียวแบบในรูปครับ

จากนั้นให้ถอยกลับไปที่เมนู Setting -> Sensors -> Heart Rate Zone ->  ทำการกรอก Max Heart Rate กับ Resting Heart Rate ลงไปซะ

IMG_1052

ซึ่งวิธ๊คำนวนค่า Resting Heart Rate ก็สามารถรู้ได้ง่ายๆ ครับ ตอนตื่นมาตอนเช้า ก็เอาสายรัดคาดออกซักทีนึง เราก็รู้แล้วว่าค่า Resting Heart Rate ของเรามีค่าเท่าไหร่ พอกรอกเสร็จ โปรแกรมก็จะคำนวนแต่ละโซนให้โดยอัตโนมัติครับ

IMG_1053

ทีนี้เมื่อเราออกไปวิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน ตัวโปรแกรมก็จะเก็บสถิติของอัตราการเต้นของหัวใจเรา ควบคู่ไปกับสถิติการวิ่ง หรือ การปั่นจักรยานไปด้วยนั่นเองครับ

IMG_1027

สำหรับตัวผมเอง หลังจากที่ติดสายรัด Heart Rate Monitor กับ ตัววัดความเร็วรอบขา + ความเร็วจักรยาน ทำให้การปั่นจักรยานมันส์กว่าเดิมมากเลยคร้าบ เพราะว่าผมจะเปิด Runtastic Road Bike ให้จับสถิติการปั่นเอาไว้ จากนั้นก็เสียบหูฟัง โดยที่ตัว App จะบอกสถานะของรอบขา และ หัวใจ มาเรื่อยๆ เวลาที่เราเปลี่ยนโซนหัวใจ ทำให้เราประเมินการออกแรงของตัวเองได้ แล้วก็ใช้แรงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

สรุปคร่าวๆกับ Runtastic Smart Heart Rate Monitor

  •  น้ำหนักเบา สายคาดออกออกแบมาดี รัดแล้วไม่รำคาญหรือมีส่วนใดมาบาดกับร่างกาย
  • เปลี่ยนถ่านง่าย
  • Setup ไม่ยุ่งยาก
  • ใช้งานได้กับ iPhone 4S,5,5S,5C หรือ Android 4.3 ที่รองรับระบบ Bluetooth Smart ครับ สำหรับโทรศัพท์มือถือรุ่นอื่นผมแนะนำให้ใช้ตัว Heart Rate Combo Monitor ที่มีตัว Receiver ต่างหาก สามารถใช้กับโทรศัพท์มือถือ Smartphone ทั่วๆไปได้ครับ
  • ราคา 2,900 บาท ไปสอยกันได้ ที่ Melonbox.com เลยครับ 

Check Also

รีวิวพ่อบ้าน ตู้เย็น Samsung รุ่น Bottom Freezer ตู้เย็นที่ไม่ทำให้คุณปวดหลังเวลาเปิด!

จั่วหัวให้มันแปลกตา แต่รีวิวนี้เป็น Sponsored Post ที่มาได้จังหวะดีโคตรๆ เพราะผมพึ่งซื้อบ้านใหม่ และกำลังอยากจะได้ตู้เย็นพอดี ซึ่งทรงของตู้เย็นแบบนี้ อาจจะไม่ได้ใหม่หรือแปลกอะไรนักในบ้านเรา (หลายคนอาจจะได้ใช้นานแล้ว) แต่ผมเองก็พึ่งจะได้ใช้ตู้เย็นแบบนี้ แล้วพบว่า เออมันดีเหมือนกันแฮะ FacebookTwitterLine

Leave a Reply