Home -> Review -> รีวิว Samsung Galaxy S ตอนที่ 2 “ระบบกล้องเทพ”

รีวิว Samsung Galaxy S ตอนที่ 2 “ระบบกล้องเทพ”

อีกหนึ่งความสามารถเด็ดๆที่อยู่ใน Samsung Galaxy S นั่นก็คือ ความสามารถของกล้องครับ ซึ่งจากการทดลอง Android มาแล้วหลายรุ่น จากหลายค่าย หรือแม้แต่การทดสอบ Android 2.2 หรือ Froyo จาก Google ที่เป็น Rom ล่าสุด ก็พบว่า ความสามารถเรื่องการถ่ายรูปถ้ามาเทียบกับ Samsung Galaxy S นั้นก็ยังเรียกได้ว่า ฟ้ากับเหวเลยทีเดียว

ปัญหาหนึ่งของ Android ที่เรียกได้ว่า ยังเป็นจุดบอดเอาชนะคู่แข่งในตลาดสงคราม SmartPhone รุ่นใหม่นั่นก็คือ ระบบกล้องที่ไม่ค่อยดี + ระบบ Multimedia ที่ค่อนข้างจะแย่เลยล่ะครับ แต่เรื่องกล้องของ Samsung Galaxy S นั้น ผมต้องขอบอกว่า ทาง Samsung ทำการบ้านมาได้ดีพอสมควร

นั่นก็คือ Import ความสามารถทางด้านกล้อง Digital ที่ Samsung ทำอยู่มาซะเรียบร้อยเลยทีเดียว

กล้องของ Samsung Galaxy S เป็นกล้องแบบ 5Mega Pixel ที่สามารถถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ โดยเฉพาะวีดีโอ สามารถถ่ายได้แบบ HD 720p เลยทีเดียว จุดเด่นของระบบกล้องใน Samsung Galaxy S นั่นก็คือ โหมดในการถ่ายที่มีสารพัดประโยชน์มาก ซึ่งมีดังต่อไปนี้

โหมดถ่ายรูปปกติ สามารถถ่ายแบบ

  • ชอทเดียว อันนี้ปกติ แต่สามารถทำ Auto Focus ได้ด้วยการแตะหน้าจอภาพว่าจะให้ Focus ตรงไหน
  • ช็อตต่อเนื่อง ก็เอาไว้ถ่ายรัวๆ เพื่อสร้างภาพแบบต่อเนื่อง
  • พานอราม่า โหมดนี้สุดโปรดเลยครับ เพราะจะมีตัวช่วยให้สามารถถ่ายพานอราม่าได้ง่ายมากๆ โดยที่เค้าจะมีเฟรมสีเขียวๆ มาให้แค่เราค่อยๆปรับภาพให้เข้ากับเฟรม ระบบจะจับภาพให้อัตโนมัติ แล้วต่อรูปให้เสร็จสรรพ
  • Smile Shot อันนี้ง่ายๆ ถ้าไม่ยิ้มก็ยังไม่ถ่าย เท่าที่ทดสอบดูก็ค่อนข้างแม่นเหมือนกันครับ
  • โหมดปรับหน้าใส ก็เอาไว้ถ่ายไม่ให้หน้ามืด สีสดใสครับ
  • โหมดวินเทจ จะเอาไว้ถ่ายให้ภาพดูเก่าๆ
  • โหมด Add Me อันนี้ผมยังงงๆ ไม่รู้เล่นยังไงเหมือนกัน
  • โหมด Action ไว้ถ่ายภาพที่เคลื่อนไหวเร็วมากๆ ไม่อยู่กับที่ เช่น เด็กทารก หรือ สัตว์เลี้ยง
  • โหมด Cartoon ถ่ายแล้วแปลงหน้าเราเป็นการ์ตูรอาร์ทๆครับ


โหมดซีนหรือโหมดถ่ายรูปตามบรรยากาศก็มีอีกเพียบเช่นเดียวกันได้แก่

  • รูปบุคคล
  • ทิวทัศน์
  • กลางคืน
  • กีฬา
  • ปาร์ตี้
  • ชายหาด
  • พระอาทิตย์ตก / ขึ้น
  • ฤดูใบไม้ผลิ
  • ดอกไม้ไฟ
  • ตัวอักษร
  • แสงเทียน
  • ถ่ายย้อนแสง

ที่เหลือก็พวกความสามารถในการปรับแต่งกล้องทั่วไปเช่น

  • ปรับรูรับแสง ให้ได้ -1.5 ถึง +1.5
  • โหมด Focus มี 3 แบบได้แก่ Auto Focus , Macro และ Face Detection
  • ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติแบบ 2 , 5 และ 10 วินาที
  • ปรับ White Balance ได้หลายแบบ ถ้านึกไม่ออกก็ใช้แบบ Auto
  • ปรับ Effect ภาพให้กลายเป็น ซีเปีย , ขาวดำ หรือ Negative
  • ปรับจุดวัดแสงได้ 3 แบบ
  • มีระบบป้องกัน ภาพสั่น และระบบป้องกันการกระพริบตา
  • ทำระบบ Geo Tagging ให้รูปได้ นั่นก็คือ ใส่พิกัด GPS ในรูปนั่นเองจะได้รู้ว่าไปถ่ายที่ไหนมา
  • เปลี่ยนเสียงชัตเตอร์ได้ 3 เสียงและ ปิดเสียงก็ได้

สำหรับความสามารถในการบันทึกวีดีโอ ก็มีอีกสารพัดแบบเช่นกันได้แก่

  • บันทึกวีดีโอแบบปกติ หรือ บันทึกความละเอียดต่ำเพื่อส่ง MMS
  • ปรับรูรับแสง จาก -2 ถึง +2
  • ปรับแสงสำหรับถ่ายภาพกลางแจ้งได้
  • ตั้งเวลาบันทึกวีดีโออัตโนมัติได้
  • ปรับความละเอียดได้สูงสุด 1280 x 720
  • ปรับ White Balance ได้
  • ใส่ Effect ให้ภาพได้

และนี่คือความสามารถด้านกล้องของ Samsung Galaxy S ครับ แต่เห็นเทพๆแบบนี้ ก็ขอตินิดนึงละกันนะครับ ตรงที่ไม่ได้ให้ Flash มาด้วย อาจจะทำให้การถ่ายในที่มืดลำบากซักหน่อย แต่ถ้าแสงพอล่ะก็ ความละเอียดของกล้องก็เทพมากๆครับ สำหรับรูปตัวอย่าง ลองไปดูที่ Gallery Online ของผมได้ที่ Picasa นะครับ

Check Also

รีวิวพ่อบ้าน ตู้เย็น Samsung รุ่น Bottom Freezer ตู้เย็นที่ไม่ทำให้คุณปวดหลังเวลาเปิด!

จั่วหัวให้มันแปลกตา แต่รีวิวนี้เป็น Sponsored Post ที่มาได้จังหวะดีโคตรๆ เพราะผมพึ่งซื้อบ้านใหม่ และกำลังอยากจะได้ตู้เย็นพอดี ซึ่งทรงของตู้เย็นแบบนี้ อาจจะไม่ได้ใหม่หรือแปลกอะไรนักในบ้านเรา (หลายคนอาจจะได้ใช้นานแล้ว) แต่ผมเองก็พึ่งจะได้ใช้ตู้เย็นแบบนี้ แล้วพบว่า เออมันดีเหมือนกันแฮะ FacebookTwitterLine

4 comments

  1. โหมด Add-Me จากกล้องดิจิตอลที่ผมใช้มา มันเอาไว้ใช้ถ่ายรูป2shotครับ
    คิดว่าสำหรับ Galaxy S นี่ คงจะถ่ายพร้อมกันทั้งกล้องหลัก(ถ่ายปกติ) และกล้องหน้า(ถ่ายเรา) แล้วระบบจะจัดการเอาภาพมารวมกันเลยครับ

    แต่ Add-Me ยังมีอีกแบบคือ ถ่ายรูปปกติ แล้วค่อยเอามาถ่ายshotที่2อีกครั้งที่ตัวเราเอง แล้วระบบก็เอามารวมกันครับ
    ผมคิดว่า Galaxy S นี่น่าจะเป็นแบบแรกมากกว่า

  2. ซอฟแวร์ถ่ายภาพเทพ แต่กล้องแค่ 5 ล้าน ไม่มีแฟลชอีก
    ดูไร้ค่าแปลกๆ
    อยากจับซอฟแวร์ตัวนี้ลงใน Nokia N8 จัง

  3. จริงๆก็ติดใจตะหงิดๆเรื่้อง Flash เหมือนกัน
    แต่ผมคิดว่า คงเพราะเครื่องบางมาก เลยไม่เหลือเนื้อที่พอสำหรับ Flash LED น่ะครับ

Leave a Reply