Home -> Review -> แอบรีวิว i-Fox MIFI-30 3G Router จาก i-Fox

แอบรีวิว i-Fox MIFI-30 3G Router จาก i-Fox

พอดีวันที่ 9/9/2010 นี้ ทีมพิธีกรแบไต๋ ไฮเทคจะไปเป็นพิธีกรงานเปิดตัวอุปกรณ์ Aircard และ 3G Router จาก i-Fox นะครับ ผมเลยได้ของมาทดสอบเยอะแยะเลย ไหนๆก็ทดสอบแล้วก็ขอเอามาเขียนเป็นรีวิวซะเลย จะได้เป็นข้อมูลให้หลายๆคนตัดสินใจด้วยนะครับ

ตัวที่จะเอามารีวิวตัวแรก คือ 3G Router รุ่น MIFI-30 ครับผม ตัวนี้ไม่ใช่เป็นแค่ Aircard เสียบกับ Notebook แล้วใช้งานได้ แต่เป็น Router ที่อาศัยเครือข่าย 3G ต่อออกอินเทอร์เน็ต แถมแชร์อินเทอร์เน็ตให้คนอื่นเล่นได้ สูงสุดถึง 5 เครื่องด้วยกันครับ ดังนั้นเจ้านี่ ถือว่าถูกใจผมมากเลยทีเดียว

เพราะว่า บางครั้งผมไปทำงานนอกสถานที่ ผมมักไม่ได้ไปคนเดียวครับ บางทีผมก็ไปทำงานกับเพื่อนหรือลูกน้อง และบางครั้งก็ต้องใช้ Internet เหมือนๆกัน แต่จะให้เสียบ Aircard กันหมดทุกคน ท่าจะไม่ไหว เพราะนอกจาก เปลืองค่า Aircard และ ค่า 3G ใน Simcard แล้วเนี่ย ยังทำงานด้วยกันไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ใน LAN วงเดียวกันอีกต่างหาก ดังนั้น เจ้า MIFI-30 นี่ ทำให้ผมปลื้มมากๆครับ

จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ก็จะมีอุปกรณ์ 3G Router ที่เข้ามาในบ้านเราแล้วเหมือนกัน นั่นคือ Huawei E5830 และ D-link DIR-457 ก็เรียกได้ว่า ตอนนี้ 3G Router กำลังได้รับความนิยมนั่นเองครับ

ก่อนอื่นมาดู Spec ของ i-Fox MIFI-30 กันก่อนนะครับ

  • รองรับ 3G ความถี่ ทั้ง 850 และ 2100 Mhz ทำให้ใช้ 3G ได้ทั้ง True Move และ TOT ซึ่งตอนนี้มีพื้นที่คลอบคลุมบริการเยอะสุด
  • รองรับ EDGE ที่ความถี่ 850/900/1800/1900 ทำให้ใช้ได้ทั้ง Dtac , True Move และ AIS
  • ความเร็ว Download สูงสุด 7.2 Mbps และ Upload สูงสุดที่ 5.6 Mbps
  • ทำตัวเป็น Wifi Hotspot สามารถแชร์ Internet ได้ 5 เครื่อง ที่มาตรฐาน G (54Mbps)
  • เป็น MicroSD Card Reader ในตัวที่อ่านการ์ดได้สูงสุด 32GB
  • ถ้าอยากใช้เป็น Modem ก็เอาสาย USB เสียบแล้วใช้ได้เลยเพราะมีระบบ TRU Install (มี Driver มาในอุปกรณ์เลย)
  • Battery ขนาด 1500 mAh  ใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 5 ชม.
  • รองรับ Windows 2000 , 2003 , XP , Vista , 7 และ Mac OSX

จุดเด่นโดยรวมที่โดนมากๆ นั่นก็คือ มันเป็น 3G Router เพียงตัวเดียวที่ตอนนี้รองรับทั้ง True Move และ TOT บวกกับมีความเร็วระดับ 7.2Mbps ครับ เอ้ามาดูหน้าตากันหน่อยดีกว่า

ขนาดค่อนข้างเล็ก ประมาณครึ่งนึง 3/4 ของ iPhone และมีน้ำหนักเบามากครับ
ไฟสถานะด้านหน้า จะบอก 4 อย่างด้วยกัน นั่นคือ สัญญาณ 3G / Battery / สัญญาณ Wireless / ข้อมูลที่วิ่งอยู่
ด้านข้างเป็นปุ่มเปิดเครื่อง / ช่องใส่ Micro SDCard และ ปุ่ม WPS ครับ
ด้านล่างเป็น Port Mini-USB ซึ่งใช้ทั้งเสียบชาร์จและเชื่อมต่อในกรณีที่ใช้เป็น Card Reader หรือ Modem
Battery ขนาด 1500 mAh อยู่ได้ประมาณ 5 ชม.
เมื่อแกะ Battery ออกจะเจอช่องสำหรับใส่ SIM Card ครับ
เมื่อเครื่องทำงานปกติ จะพบว่าไฟสถานะทำงานคือสีเขียว และ ไม่ทำงานคือสีแดงครับ เฉพาะของ Wifi จะเป็นสีน้ำเงิน

ดูข้างนอกเสร็จแล้วมาดูเมนู Config ข้างในกันบ้างนะครับ ตัว MIFI-30 นี่ค่อนข้างจะปรับแต่งได้เยอะทีเดียวเชียวล่ะครับ

เมื่อ Login เข้ามาก็จะเจอเมนูควบคุมดังต่อไปนี้
ในส่วนของ Network จะเห็นว่ามีเมนูให้เลือกทั้ง WCDMA หรือ GSM อันนี้เป็นการเลือกว่าจะใช้ความเร็ว 2G หรือ 3G นะครับ ถ้าเป็น WCDMA ก็คือ 3G นั่นเอง
ในส่วนของการ Config LAN ก็สามารถแก้ไข IP ของ Router ได้ รวมไปถึงมีระบบ DHCP Server ไว้แจกจ่าย IP Address ให้โดยอัตโนมัติ
ส่วนการ Config ค่าของ Wireless LAN Setting ก็สามารถแก้ไขค่าพื้นฐานทั่วไปเช่น ความเร็ว / ชื่อ SSID / ความถี่ที่จะใช้ / จำนวนเครื่องสูงสุดที่เข้ามาเชื่อมต่อได้ และรองรับระบบ AP Isolation ที่เอาไว้แยกไม่ให้ Client มองเห็นกันในวง LAN ด้วย
ส่วนของการเข้ารหัส Wireless ก็รองรับถึง WPA2/PSK กันเลยทีเดียว
รองรับความสามารถ WPS (Wifi Protected Setup) เป็นความสามารถที่จะให้ Client ที่มาเชื่อมต่อกับเครือข่ายเรา สามารถเข้ามาเชื่อมได้ทันที โดยไม่ต้องใส่รหัสผ่าน แค่กดปุ่ม WPS ยืนยันการขอเข้าใช้งานครับ เป็นความสามารถเพื่อไม่ให้เราต้องบอกรหัส Wifi ให้กับคนอื่น (เผื่อมันเป็นคำที่เราไม่อยากจะบอก)
ในส่วนของ Firewall ก็สามารถทำ IP+Mac Address Filtering ได้เพื่อควบคุมคนที่จะเข้ามาใช้ Router ของเรา และมีระบบ Port Forwarding ด้วย โดยที่ความสามารถทั้ง 2 อันนี้สามารถใส่กฏกำกับได้ 10 ข้อครับ

เท่าที่ทดสอบใช้งานวันนี้ 1 วันเต็มๆ พบว่าสะดวกมากๆ เพราะผมมีทั้ง Notebook , iPhone ส่วน @Joyz ก็มี NexusOne ช่วยกันรุม Connect ก็ใช้ได้เกิน 3 ชม. ครับ ความเร็วที่ทดสอบได้ก็ประมาณ 3 Mbps น่าจะเพราะใช้งานบริเวณห้างที่คนอยู่เยอะ ซึ่งผมเชื่อว่าเจ้า 3G Router นี่ น่าจะโดนใจหลายๆคนด้วยกัน โดยเฉพาะคนที่ซื้อ iPad รุ่นที่ไม่ใช่ 3G มา เช่น นายห้าง @nuishow เป็นต้นครับ

ก็วันที่ 9/9/2010 จะมีงานเปิดตัวที่ เซ็นทรัลลาดพร้าวประมาณ 16.00 น. นะครับ ในงานทาง i-Fox ก็จะขนโปรโมชั่นเทพ ของทั้ง Aircard และ Sim 3G กันมาให้เพียบ ขอเรียนเชิญแฟนๆรายการแบไต๋ ไฮเทคและ Freeware.in.th ไปร่วมงานกันด้วยนะครับ

Check Also

รีวิวพ่อบ้าน ตู้เย็น Samsung รุ่น Bottom Freezer ตู้เย็นที่ไม่ทำให้คุณปวดหลังเวลาเปิด!

จั่วหัวให้มันแปลกตา แต่รีวิวนี้เป็น Sponsored Post ที่มาได้จังหวะดีโคตรๆ เพราะผมพึ่งซื้อบ้านใหม่ และกำลังอยากจะได้ตู้เย็นพอดี ซึ่งทรงของตู้เย็นแบบนี้ อาจจะไม่ได้ใหม่หรือแปลกอะไรนักในบ้านเรา (หลายคนอาจจะได้ใช้นานแล้ว) แต่ผมเองก็พึ่งจะได้ใช้ตู้เย็นแบบนี้ แล้วพบว่า เออมันดีเหมือนกันแฮะ FacebookTwitterLine

19 comments

  1. WCDMA = 3G ของฝั่ง GSM นะครับ ไม่ใช่ระบบ CDMA แต่อย่างใด

  2. เออ ใช่ผมพลาดเองครับ เขียนตอนตี 3 แอบเบลอ ขอบคุณมากครับที่ช่วยแก้ไข

  3. ณตอนนี้ ยังไม่นำมาขายใช่ไหมคับ โทรไปถาม ifox มา อยากทราบราคาคับ

  4. ต่างจังหวัด ใช่ได้ไหม อะครับ

  5. ก๊อป Heuwei 5836 มาทั้งดุ้นเลย

  6. ราคาประมาณเท่าไรครับ????

  7. Narong Samackthai

    ผมซื้อ ifox mifi-585 จากร้านซีเอ็อ ใส่ sd card ไม่อ่านทำอย่างไรดี
    ในกล่องมีอุปกรณ์ wall chart ให้หรือเปล่า ผมซื้อมาไม่มี คนขายบอกให้เสียบกับคอมพ์

  8. How to set up Ifox mifi 30 for wifi router, please explain clear detail thanks!

  9. เราซื้อมาใช้ จะปีละ ซื้อที่พัทยา 3,900.- แต่ขายในกรุงเทพฯ 2900.- ต่างกันเลยใช้ตอนน้ำท่วม work มาก ใช้ที่บางเสหร่ ดีมากมาย ใช้กะระบบ ture ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่เข้าใจอยากเปลี่ยน password ใหม่น่ะ เพราะเพื่อนรุกันเยอะ เวลาเปิดบางทีเรากลับไม่ทันเพื่อนๆเข้าได้แต่เราดันเข้าไม่ได้ งง

  10. ใช้มาปีกว่าแล้ว อ่านรีวิวอาจารย์แล้วไปซื้อเลยครับ อิอิ

Leave a Reply