Home -> Review -> รีวิว Engenius ENS620EXT … Access Point ที่รองรับ WIFI AC Wave 2 ในราคาเอื้อมถึง

รีวิว Engenius ENS620EXT … Access Point ที่รองรับ WIFI AC Wave 2 ในราคาเอื้อมถึง

ไม่ได้เขียนรีวิวมานานมาก เพราะมัวแต่เอาเวลาไปสอบ Certified ของ Mikrotik อยู่ครับ รวมถึงตอนนี้เปิดบริษัทของตัวเองที่ชื่อ VR Online Co.,Ltd ด้วย เป็นบริษัทรับวางระบบเน็ตเวิร์คซึ่งเป็นงานดั้งเดิมที่ผมทำมาก่อนจะเป็นพิธีกรรายการทีวีอีกนะครับเนี่ย เผื่อหลายคนไม่รู้ ซึ่งตอนนี้ ผมเองก็ได้ทดสอบอุปกรณ์เน็ตเวิร์คหลายตัว เพื่อที่จะเลือกมาใช้ใน Solution ที่จะเอาไปติดตั้งให้ลูกค้า แต่ละตัวก็มีดีในแง่มุมที่ไม่เหมือนกัน แต่วันนี้ อยากจะขอแนะนำ Access Point สำหรับ Office หรือบ้านที่ต้องการความเสถียรของ Network ในระดับที่ค่อนข้างมาก รวมไปถึงรอบรับเทคโนโลยีของ WIFI ที่จะใช้งานได้ยาวๆไประดับ 5 ปีครับ

ผมสนิทกับทางบริษัท NVK ที่เป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์เน็ตเวิร์คยี่ห้อ Engenius มานาน เรียกได้ว่า รู้จักกันมาเป็นสิบปี ตั้งแต่เป็นสมาชิกเว็บ adslthailand.com ที่ทาง @hiakoe แกเป็นผู้ก่อตั้ง จนถึง เป็นเพื่อนในวงการ ลามมาจนถึงเป็น Partner ทางธุรกิจในการสั่งของมาติดตั้งให้ลูกค้านี่แหละ ซึ่งเมือไม่กี่อาทิตย์ก่อนทาง Engenius ได้เปิดตัว Access Point ตัวใหม่ ชื่อรุ่นว่า ENS620EXT ที่ผมดู Spec แล้วต้องร้องว้าว เพราะเทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้พึ่งจะมีกันใน อุปกรณ์ระดับ Enterprise หรือองค์กรขนาดใหญ่ ราคาจะค่อนข้างสูง ระดับตัวละ หมื่นถึงสองหมื่นบาทกันเลยทีเดียว พอเห็นทาง NVK เริ่มเอาเข้ามาจำหน่ายแล้ว เลยทักทายไปยัง @hiakoe เพื่อสอบถามว่า อยากจะลองนำมารีวิว เพื่อที่จะดูว่า คุณภาพเป็นยังไงบ้าง เหมาะกับลูกค้าไหม แถมตอนผมเห็นราคาที่ประกาศออกมา ผมนี่กริ๊ดเลย เฮ้ยยย ราคานี้จริงดิ งานนี้ตลาด Access Point มีพังนะเนี่ย

ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีทีมงานของ NVK ส่งมาให้ 1 คู่เลยครับ พร้อมข้อความน่ารักๆ ขอบคุณจริงๆครับ

เจ้า Access Point Engenius ENS620EXT เป็น Access Point มาตรฐาน WIFI AC Wave 2 ความเร็ว 1,300Mbps โดยที่ความเร็วในย่าน 2.4Ghz คือ 400Mbps และ ความเร็วในย่าน 5Ghz คือ 866Mbps ครับ ความเจ๋งของมันก็คือ มันเป็น Access Point กำลังส่งสูง และยังติดตั้งแบบ Outdoor ได้ด้วย คือ รองรับมาตรฐาน IP55 สำหรับการกันฝุ่นและกันน้ำนั่นเอง (เดี๋ยวจะมาขยายความเรื่องมาตรฐาน IP นะครับ)

 

ว่าแล้วก็มาแกะกล่องดูข้างในกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง

  • อุปกรณ์ Engenius ENX620EXT
  • เสาอากาศ 5Ghz ความแรง 5dBi จำนวน 2 เสา
  • เสาอากาศ 2.4Ghz ความแรง 5dBi จำนวน 2 เสา
  • อุปกรณ์จ่ายไฟผ่านสาย LAN PoE Injector แบบ Passive 24V 1 ชุด (เป็นเทคโนโลยีการจ่ายไฟเฉพาะของ Engenius เอง)
  • ขาจับยึดตัว AP เข้ากับเสา
  • น็อต + ปุ๊ก สำหรับยึดกำแพง หรือ เพดาน

ตัว Access Point Engenius ENS620EXT ด้านหน้าเป็นพลาสติกที่เคลือบสารป้องกัน UV มาด้วย เรียกได้ว่า ตากแดดได้ไม่กลัวเหลือง

ตำแหน่งสำหรับติดตั้งเสาอากาศจะเป็นด้านบน และ ด้านล่างของ Access Point โดยที่จะมีตัวหนังสือกำกับชัดเจนว่า ช่องนี้เป็นของ 2.4Ghz อีกช่องเป็นของ 5Ghz ทั้งบนและล่าง เหมือนกันนะครับ ใส่เสาให้ถูกนะครับ ขั้วสำหรับการเชื่อมต่อเป็นแบบ RP-SMA นะครับ คุณสามารถซื้อเสาอากาศแบบ Enternal มาเปลี่ยนได้เลย

เกร็ดความรู้เรื่องเสาอากาศ…

บ้านเราชอบไปสั่งซื้อเสาอากาศ External จากประเทศจีนกัน ซึ่งส่วนใหญ่ เราอาจไม่ค่อยได้ทำความเข้าใจเรื่องของ Spec เสาอากาศที่นำมาติดตั้งกับ Access Point ครับ แต่ที่จีนเนี่ย Spec เสาอากาศเยอะมาก เอาแค่ 2.4Ghz ก็มีสารพัดย่านความถี่แล้ว ซึ่งผมอยากจะบอกว่า การใส่เสาอากาศความถี่ผิดประเภทกับตัวภาค รับ-ส่ง วิทยุ สามารถทำให้เครื่องพังได้เลยนะครับ ต้องระวังด้วย รวมไปถึง  เสาอากาศ 2.4Ghz ก็มีขอบเขต ความถี่ที่รับได้ด้วย เพราะแต่ละประเทศจะมีขอบเขตการรองรับความถี่ไม่เหมือนกันอีก ดังนั้น หากสั่งเสาอากาศแปลกๆจากจีน ให้ดูด้วยว่า ขอบเขตความถี่ของเสาอากาศที่รับส่งได้นั้น อยู่ในย่านเดียวกับที่ประเทศไทยรองรับหรือเปล่านะครับ

ด้านข้างจะมีไฟบอกสถานะครับ ถ้าส่วนไหนทำงานไฟก็จะติดบอก ถ้ากระพริบก็แปลว่ามี Data วิ่งนั่นเอง

ด้านหลังของตัว AP จะมีการใช้วัสดุที่เป็นโลหะแทนครับ ส่วนครีบที่อยู่ด้านหลัง ทำหน้าที่เป็นเหมือนครีบระบายอากาศใน Heatsink นั่นเองครับ ทำให้ระบายความร้อนได้เร็วมากกว่าเดิม ข้างหลังก็จะมีบอก Serial No. และ Mac Address ของทั้ง Interface 2.4Ghz / 5Ghz และ Ethernet เอาไว้ให้ด้วย ทำให้ง่ายต่อการนำเอา Mac Address มาลงทะเบียนในระบบ Network ก่อนนำไปติดตั้งครับ

และในเมื่อมันเป็น Spec ใช้งานแบบ Outdoor ก็ต้องมี Surge Protect มาให้ด้วยครับ ตัว Surge Protection ของ Engenius ENS620EXT  ป้องกันไฟกระชากได้ 2KV ครับ แล้วก็มีวงจรป้องกัน ESD (Electro Static Discharge : พวกไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากร่างกาย หรือ เกิดจากในอากาศ) อีก อย่างละ 4KV และ 8KV ครับ เรียกได้ว่า ป้องกันครบวงจร แต่!!!!! อย่าลืมเชื่อมสาย Ground ด้วยนะครับ ไม่งั้นมันไม่ทำงานให้นะครับ การติดตั้ง Access Point แบบ Outdoor ต้องมีการทำ Ground เสมอนะครับ อย่าลืม ไม่งั้นพังแน่ๆครับ

อึกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญของเจ้า ENS620EXT ที่เรียกได้ว่า ไม่มีไม่ได้ นั่นก็คือ PoE Injector แบบ Proprietary ของ Engenius เองครับ จ่ายไฟ 24V แบบ Passive มีชุดยึดน็อค  บน-ล่าง ให้ด้วย เผื่อให้เราสามารถติดตั้งให้มันเป็นระเบียบในตู้ Rack ได้ง่ายๆ

พอเราแกะฝาของอุปกรณ์ที่เป็นช่องกันฝุ่นเพื่อติดตั้งสาย LAN ให้กับ ENS620EXT ก็จะมีสติ๊กเกอร์เหลืองเด่นมาเลยบอกว่า … ต้องใช้ไฟจาก 24V PoE Adapter เท่านั้นนะเว้ยยยย อย่าเอาแบบอื่นมาใส่นะเว้ย … ENS620EXT มี Gigabit Lan Port ให้ทั้่งหมด 2 Port ครับ โดย Port ที่รับไฟที่จ่ายมาจาก PoE คือ Port ทางขวา ส่วน Port ทางซ้าย เราสามารถใช้เป็นส่วนต่อขยาย Network เพิ่มอีกวง ต่อเพิ่มกับกล้องวงจรปิด ก็ได้ครับ

ประกอบเสร็จแล้ว อื้มมมมมมมมมมมมมมม… ทำไมมันยาวแบบนี้ฟระ พอเป็น Outdoor AP เนี่ย สิ่งหนึ่งก็คือ ไม่ต้องแคร์เรื่องความใหญ่ ความยาวกันเลยล่ะ ฮ่าๆ เพราะเสาอากาศยิ่งใหญ่ กำลังส่งยิ่งไปไกลนี่เนาะ

อ้อ การติดตั้ง Engenius ENS620EXT เนี่ย ถ้าจะให้มุมของเสาอากาศที่ดีที่สุด ควรติดตั้งแนวตั้งนะครับ พูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็น Access Point แบบ Wall Mount หรือ Poll Mount เป็นหลักนั่นเอง ขนาดชุดติดตั้งทั้งหมดยังออกแบบมาให้เป็นแนวตั้งเท่านั้นเลยนะครับ เพราะเสาอากาศ มันถูกออกแบบมาให้ ชี้ขึ้นและลง แต่คลื่นจะแผ่ออกไปด้านข้าง ได้ดีที่สุดนะครับ ยิ่งไปกว่านั้น การติดตั้งแบบแนวตั้งแบบนี้ ยังเอื้อต่อการกันน้ำและกันฝุ่นด้วย นั่นแหละครับ ขืนคุณไปวางแนวอื่น แล้วฝนตก น้ำก็อาจจะไหลผิดทิศเข้าไปในวงจรได้นะครับ

แต่ถ้าคุณอยากจะใช้งานติดตั้งแบบ Celing Mount (ยึดกับเพดาน) ผมแนะนำให้หาเสาอากาศ 5dBi แบบที่งอเสาได้แบบในรูปนี้นะครับ พอติดตั้งก็พลิกแพลงเสาอากาศท่านี้ สัญญาณจะได้ดีที่สุด เสาที่ให้มากับตัว AP มันหัก 90 องศาไม่ได้นะครับ อันนี้ผมไปหาเสาอื่นมาเอง

ทีนี้ผมอยากจะทดสอบความแรงของสัญญาณ + ทดสอบเรื่องของการทนความร้อนด้วย ก็ไม่รู้ทำยังไง ก็เลยโยนออกไปตากแดดแล้วใช้งานนอกหน้าต่างแบบนี้เลยครับ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ถูกต้องหรอก เพราะไม่ได้ยึดให้เป็นแนวตั้งให้เรียบร้อย แต่จะให้ปีนระเบียงออกไปติดก็กระไรอยู่นะครับ ฮ่าา

กลับมาที่มาตรฐาน IP (Ingress Protection) กันซักนิดนึง มาตรฐานนี้เป็นตัวกำหนดว่าอุปกรณ์ตัวนี้ที่ได้รับมาตรฐานไป สามารถ ทนฝุ่น + ทนน้ำ ได้เท่าไหร่

ซึ่งมาตรฐาน IP จะมาพร้อมตัวเลขสองตัว หรือตัวเดียว แล้วแต่ว่าจะได้มาตรฐานไหนมาบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ ถ้าได้กันน้ำ ก็จะได้กันฝุ่นด้วย แต่ถ้าได้กันฝุ่นอย่างเดียวอาจจะไม่กันน้ำก็ได้

ENS620EXT ได้มาตรฐาน IP 55  ซึ่งถ้าไปดูในตารางเปรียบเทียบ ก็คือ IP55 สามารถกันฝุ่นได้ และ กันน้ำที่ฉีดมาด้วยแรงดันต่ำจากทิศไหนก็ได้ สรุปก็คือ ตากแดดตากฝนได้ไม่เป็นไร แต่อย่าจมน้ำนั่นเองครับ

เอาล่ะจบเรื่อง Hardware ภายนอก มาดูเรื่องของ Software ข้างในดีกว่าว่าทำอะไรได้บ้างนะครับ หลักการ Config ของ Engenius ก็คือ เราสามารถ กดๆๆๆ พวก Config ไปได้เลย แล้วถ้าอยากจะ Deploy ตัว Config ให้ใช้งานจริง ก็กดตรง Change ด้านขวาบนครับ ตัว AP จะ Restart เพื่อรับ Config ใหม่

ENS620EXT มีแรมมากถึง 256MB เลยครับ ถ้าให้ประเมินคร่าวๆ น่าจะรับ User ได้ประมาณ 50-70 Users ต่อ Radio เลยทีเดียวครับ

ชอบหน้าแสดง Status ของ Firmware ชุดนี้ของ Engenius เพราะว่าบอกละเอียดดีครับ อย่างหน้า Connection ก็จะมีบอกด้วยว่า Connection ที่เกิดขึ้นมาอะไรบ้าง รวมไปถึงรองรับการแสดง Connection ของ IPv6 ด้วย

ตัว ENS620 รองรับการทำ AP หลายรูปทั้ง

  • ทั้งโหมดปกติที่เป็น Access Point
  • โหมด Client/Bridge ที่เอาไว้เชื่อมวง Network ที่เป็น Layer 2 เข้าด้วยกัน
  • WDS Access Point โหมดที่เอาไว้ขยายวงสัญญาณ WIFI ของคุณให้ระยะไกลมากขึ้น
  • WDS Bridge โหมดที่คุณอยากจะเชื่อม Network 2 วงผ่านระบบ WDS
  • WDS Station โหมดที่รับสัญญาณ WIFI ผ่านระบบ WDS แล้วปล่อยข้อมูลต่อทาง LAN Port

ENS620EXT รองรับการปล่อย SSID ทั้งหมด 16 SSID โดยแบ่งเป็น 2.4ghz กับ 5Ghz อย่างละครึ่ง รองรับการเข้ารหัสทั้ง WPA/WPA2 และ WPA แบบ Enterprise ที่ใช้ร่วมกับมาตรฐาน 802.1x

สามารถแยก VLAN สำหรับ Management ต่างหาก เพื่อป้องกันคนมาเจาะระบบผ่านทาง WIFI ได้ด้วย

นอกจากแบ่ง VLAN ผ่าน SSID ได้แล้ว ยังมีวง Guest Network ต่างหาก สำหรับ 2.4Ghz และ 5Ghz อีกด้วย

มีระบบ Fast Handover ที่เอาไว้ทำ Roaming เวลามี Access Point หลายๆตัวในระบบ ถ้า Client มีสัญญาณต่ำกว่าที่กำหนดไว้ จะเตะออกโดยอัตโนมัติเพื่อที่จะไล่ Client ไปเกาะ AP ตัวใหม่ที่สัญญาณแรงกว่า

รองรับ Band Steering ด้วย แต่ BandSteering ของ Engenius จะพิเศษกว่าชาวบ้านหน่อยตรงที่ ถ้าเกิดสมมติ สัญญาณเราต่ำกว่าที่กำหนดไว้ Bans Steering จะปรับเราลงมาที่ 2.4Ghz ด้วย คือ ทำสองทาง ได้ทั้งเตะขึ้นไป 5Ghz และ เตะลงมา 2.4Ghz หากสัญญาณไม่แรงพอ

ตั้งเวลา Reboot + เปิด/ปิด WIFI ก้ได้นะครับ

ปิดท้ายด้วยเครื่องมือสำหรับทดสอบ Network ขั้นพื้นฐานครับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ใช้งานอุปกรณ์ของ Engenius อยู่แล้ว น่าจะใช้งานโปรแกรม Engenius Zone Controller ที่เป็นโปรแกรมสำหรับควบคุม Access Point ของ Engenius อยู่แล้ว แต่พอผมลองเอา EZ Zone Controller มาควบคุมตัว ENS620EXT ปรากฏว่ามันหาเจอ แต่ฟ้องว่าเป็น Unknown ไปดูในหน้าเว็บก็ไม่พอว่า Support รุ่นนี้ คาดว่าอีกซักพัก ถึงจะยัดเอา ENS620EXT เข้ามาให้ใช้งานได้กับ EZ Zone Controller ครับ

สรุปความรู้สึกหลังทดสอบใช้งาน Engenius ENS620EXT

เนื่องจากที่บ้านมี Client ไม่ได้เยอะพอจะทดสอบเรื่องของ MU-MIMO ได้ หัวข้อนี้เลยไม่ค่อยได้ทดสอบ แต่ในแง่ของ ความเสถียร (เปิดตากแดด 7 วัน ไม่มีอาการ Reboot หรือช้าเลย) ในแง่ความเร็ว (400 + 867 Mbps) ถือว่าเร็วมาก ในแง่ความทนทาน และ รองรับเทคโนโลยีใหม่อย่าง MU-MIMO เจ้านี่เป็นตัวที่ครบเครื่องที่สุดแล้ว จะมีขัดใจแค่ว่า การติดตั้ง ควรจะเป็นการติดตั้งในแนวตั้งเท่านั้น ไม่อย่างงั้นก็ต้องหาเสามาเปลี่ยน ไม่อย่างงั้นทิศทางของคลื่นที่ออกไป อาจจะไม่เป็นอย่างที่เราต้องการก็ได้ กับอีกเรื่องก็คือ การที่ต้องใช้ PoE แบบ 24V ของตัวเอง อาจจะทำให้คนที่มี PoE Switch อยู่แล้ว ต้องมาออกแรงเสียบ และ จัดสาย PoE กันอีกรอบ แต่ถึงผมจะบ่นมัน 2-3 ข้อ แต่ถ้าลองวิเคราะห์ดู ดีๆ มันเป็น Access Point ที่ครบเครื่องที่สุด และ ราคาน่าตกใจที่สุดในตอนนี้แล้ว (6,xxx บาท) ใช้งานได้ทั้ง Indoor และ Outdoor … บอกตามตรงเลยว่า ราคานี้ อาจจะทำตลาด WIFI บ้านเราพังก็ได้นะครับเนี่ย ฮ่าๆ

สำหรับคนที่สนใจ Engenius ENS620EXT สามารถติดต่อได้ที่ทีมงาน http://www.nvk.co.th/ ได้เลยนะครับ เป็นอีกตัวที่ผมแนะนำในการเอาไป Deploy ในงาน WIFI ที่ต้องการเทคโนโลยีที่รองรับ Client เยอะๆได้ แต่ราคาเอื้อมถึงจริงๆ

Comments

comments

Check Also

รีวิว ACER Swift3 .. โน๊ตบุ๊คที่ทำให้ผมทิ้ง Macbook Pro ไว้ที่บ้าน

เกริ่นหัวซะเว่อเลย .. ก็แน่สิครับ สอยตัวใหม่มาแล้วจะให้แบก Notebook ออกไปสองเครื่องทำไมก๊านนน ฮ่าๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ประสิทธิภาพของมันก็ดีจริงและดีพอที่จะทำให้ผมทิ้ง Macbook Pro ไว้ที่บ้าน แล้วแบกมันออกไปทำงานทั้ง งานด้าน Network …

Leave a Reply