Home -> Review -> 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ กับ หูฟัง AirPods

5 ชอบ 5 ไม่ชอบ กับ หูฟัง AirPods

ถึงแม้ว่าหูฟัง AirPods จะออกมาตั้งปีแล้ว แต่ผมเองก็พึ่งได้มา สาเหตุก็เพราะหูฟัง Bluetooth เต็มบ้านหมด ขืนซื้อมาตอนมันออกมาหมาดๆ มีหวังโดนด่าเปิงครับ นี่เวลาก็ล่วงเลยมานานจนหูฟัง AirPods จากที่หาซื้อยากๆในบ้านเราเป็นหาซื้อง่ายใครก็ใช้ได้ ผมไปเที่ยวเกาหลีมาเมื่อตอนปลายปี 2017 เจอคนเกาหลีใช้กันเต็มเมืองเลย ทั้งๆที่ในมือยังถือ Samsung เลยลองซื้อมาดูบ้างในราคาที่ถูกกว่าบ้านเราแค่ 300 หลังจากที่ดูชาวบ้านรีวิว ไปกันถึงไหนแล้ว พอได้มาลองใช้งานเองก็ เจอจุดที่ชอบและไม่ชอบดังต่อไปนี้ครับ

อนึ่ง.. 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ เป็นไอเดียที่มาจากนิตยสารสีสัน ที่ผมได้ยินมาจาก Podcast รายการช่างคุยอีกทีหนึ่ง เห็นว่าเป็นไอเดียการนำเสนอที่น่าสนใจดี เลยขอลองหยิบยืมมานำเสนอดูครับ

อสอง … 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ เป็นเรื่องของความรู้สึกของผมว่า ชอบตรงไหน หรือไม่ชอบตรงไหน ไม่ได้บอกว่ามันดีหรือไม่ดีนะจ๊ะ

5 ชอบ กับ หูฟัง AirPods

1. ความรู้สึกไร้สายและเบาสบายอย่างแท้ทรู…

ผมใช้หูฟัง Bluetooth มาหลายตัวมากๆ ตัวที่เบาที่สุดที่เคยใช้มาสำหรับการฟังเพลงก็คือ Bose SoundSport แต่ถึงแม้จะเบามากๆ แต่ก็ยังสู้ AirPods ไม่ได้ ตอนแรกผมก็รู้สึกทะแม่งๆเหมือนกันนะ ที่หน้าตา AirPods มันคือ หูฟังที่โดนตัดสายออก ใส่แล้วหน้าตาเหมือนมีติ่งหูของพระพุทธเจ้า แต่เอาเข้าจริง ความรู้สึกเบาหูและคล่องตัวนี่มันของจริงแฮะ ฟีลลิ่งที่เหมือนไม่ได้ใส่ แต่มีเพลงอยู่ข้างหูเนี่ยมันของจริงแฮะ ซึ่งผมเชื่อว่า ไม่มีหูฟังตัวไหนที่เบาและทำให้คุณรู้สึกอิสระจากการเคลื่อนไหวแล้วสายติดไปติดมาเท่า AirPods อย่างแน่นอน

2. Pair ทีเดียว รู้จักทุกอุปกรณ์ที่มี Apple ID ของคุณ…

เวลาซื้อหูฟัง Bluetooth มา จะมีปัญหาที่ว่า ถ้าอยากใช้ตัวไหนก็ต้อง Pair เข้าไปให้มันรู้จักกัน รุ่นที่เก่งๆหน่อย ก็จะมี 2 Profile สามารถ Pair ได้สองอุปกรณ์พร้อมกัน แต่สำหรับ  AirPods แค่คุณ Pair กับอุปกรณ์ตัวไหนก็ได้ ซึ่งการ Pair ก็ง่ายมาก แค่เปิดฝากล่องอยู่ข้างๆ iPhone อะไรแบบนี้ก็ Pair ได้แล้ว และยังลามปามไปยังอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณ ผมมี iPhone , iPad , Apple Watch , Macbook Pro .. ทุกตัวเห็น Profile ของ AirPods เหมือนกันหมด ขนาดผม Rename ชื่อ AirPods มันยัง Rename ตามให้ทุกเครื่องโดยอัตโนมัติเลยครับ จะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ใช่ข้อดีที่เทพอะไรขนาดนั้น แต่สำหรับคนที่ใช้ Apple Ecosystem ผมว่ามันก็เป็นอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกว่ามันคือ สิทธิพิเศษของสาวก จริงๆครับ ฮ่า

3. ใส่แล้วไม่หลุดสมคำร่ำลือ…

เชื่อว่าหลายๆคนตอนเห็น AirPods ออกมาครั้งแรกต้อง “กังขา” ถึงเรื่องการใส่แล้วหลุดแหงๆเลยใช่ไหมครับ แม้แต่ผมเองยังออกตัวแรงมาล้อเลยว่า สงสัยเดี๋ยวจะได้มี Facebook Group กลุ่ม ผู้ทำหูฟัง AirPods ข้างขวาหาย กับ ผู้ทำหูฟัง AirPods ข้างซ้ายหาย แหงๆ แต่เอาเข้าจริง มันก็ไม่หลุดแฮะ มันไม่ได้แน่นอะไรนะครับ แต่มันก็ไม่หลุด ผมใส่เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน นอนหลับตอนนั่งดู Netflix บน iPad ตื่นขึ้นมายังคาหูอยู่เลย แต่อย่างไรก็ตาม ผมว่าไอ้เรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลนะ ผมเห็นหลายๆเว็บทดสอบว่าไม่หลุด ทั้งเมืองไทย เมืองนอก แต่แล้วคนใกล้ตัวผมอย่าง พี่หลาม แกบอกใส่ไม่ได้ หลุดตลอด จนต้องไปซื้อยางมาเสริมขนาดให้มันแน่นกับหูพอดีแทนซะงั้นน่ะ

4. การที่มีกล่องชาร์จ แก้ปัญหาขนาดของหูฟังและ Listen Time ได้

ปัญหาของหูฟังไร้สาย ก็คือ ระยะเวลาในการฟังมันไม่ค่อยนาน ถ้าอยากให้ฟังได้นานๆ ก็ต้องทำตัวใหญ่ๆ พอใหญ่ก็หนัก แล้วก็ใช้งานไม่สะดวกอีก ซึ่งผมชอบไอเดียเรื่องของการที่ตัวกล่องเป็นมันเป็นที่ชาร์จไร้สายมากๆเลยแฮะ เพราะถ้าลองพิจารณาถึงการใช้งานจริงๆ ส่วนใหญ่คนเราก็ไม่ได้ฟังกันยาวๆหรอก ในส่วนของหูฟังเปล่าๆ ก็ฟังต่อเนื่องได้เกือบๆ 5 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งถ้ารวมกับ Battery ที่อยู่ในกล่องเก็บ ก็สามารถใช้งานได้ยาวๆถึง 24 ชั่วโมง และที่สำคัญ ชาร์จแค่ 15 นาที ก็สามารถใช้ฟังเพลงได้นานถึง 3 ชั่วโมง ซึ่งเอาเข้าจริง เวลาเราฟังเพลงเราไม่ได้เสียบค้างยาวๆหรอกครับ มันจะมีจังหวะพักเบรคนิดๆหน่อยๆ ก็ใช้จังหวะนั้นเก็บลงกล่องชาร์จเอา ซึ่งผมว่ามันทำให้การใช้งานระยะยาวต่อเนื่องมากๆ แถมตอนนั่งทำงาน ก็เอากล่องเก็บมาชาร์จรอได้อีก เรียกได้ว่าเป็นหูฟังที่มีความต่อเนื่องด้านพลังงานสูงมากๆ

5. ไม่ค่อยมีปัญหาโดนเสียงรบกวนจากคลื่น 2.4ghz เหมือนหูฟัง Bluetooth ตัวอื่นๆ

อันนี้เป็นปัญหาที่ผมเจอบ่อยมากๆ เอาง่ายๆ ผมมักจะใส่หูฟังแล้วนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากที่บ้านตรงอ่อนนุช 30 ไปยังรถไฟฟ้าอ่อนนุช ระยะทางประมาณ 2 กิโลนิดๆ ซึ่งผมก็จะใส่หูฟัง ฟังเพลงไปด้วย ก่อนหน้านี้ก็จะมี Bose / Plantronics อะไรแบบนี้ แล้วจะเจอปัญหาที่น่ารำคาญมากๆ นั่นก็คือคลื่นรบกวนเวลาที่เราผ่านพื้นที่ที่มันปล่อยคลื่นความถี่ใกล้ๆกันออกมา เพลงเราจะสะดุดอยู่นั่นแหละ ฟังแล้วเสียอารมณ์มาก หลังๆ ผมรำคาญผมเลยต้องกลับมาฟังหูฟังแบบเสียบสายแทน เพราะทนเสียงสะดุดไม่ไหว แต่ช่วงที่ผมใช้หูฟัง AirPods แล้วลองนั่งมอไซค์แบบเดิมๆ พบว่า เสียงสะดุดยังมีอยู่ก็จริง แต่น้อยลงไปมาก ในระดับที่รู้สึกได้ ถ้าเมื่อก่อนระยะทางสองกิโลเนี่ย ผมจะเจอเสียงสะดุดประมาณ 10-12 ครั้ง แต่พอย้ายมาเป็น AirPods แล้วมันเหลือประมาณ 1-2 ครั้งเท่านั้นเอง แถมเวลาคุยโทรศัพท์แล้วลองถามอีกฝ่ายก็บอกว่า เสียงค่อนข้างต่อเนื่องไม่ขาดๆหายๆ ซึ่งเป็นปัญหาในพวกหูฟังไร้สายพวกนี้แหละ

 

เอาล่ะครับ อ่าน 5 ชอบมาจนเคลิ้ม แต่อย่าพึ่งรีบวิ่งไปซื้อล่ะ มาอ่าน 5 ไม่ชอบของผมก่อน เห๊อะ ฮ่าๆ

5 ไม่ชอบ กับ หูฟัง AirPods

1.หยิบยากมากสำหรับคนนิ้วใหญ่ๆแบบผม

คือก็ชอบแหละครับ ที่มันออกแบบมาเล็กมากๆ กล่องเก็บก็เล็ก ช่องชาร์จก็ดูเล็กหรูดูมินิมัล สำหรับสาวกมากๆ แต่ไอ้ห่า ออกแบบหูฟังมาชิดกันมากครับ คนนิ้วใหญ่ๆอย่างผมเนี่ย ดึงมันออกมาจากกล่องโคตรยาก แล้วยิ่งเป็นหูที่แยกมาสองข้าง ก็ต้องนอยด์มากๆ ตรงที่ถ้ารู้ตัวว่าจะไม่ฟังแล้วก็ต้องรีบเก็บ ไม่งั้นจะได้ไป Join Facebook Group กลุ่ม ผู้ใช้งานหูฟัง AirPods ข้างขวาหาย หรือข้างซ้ายหาย กับเค้าด้วย ปัจจัยในความยากของมัน ก็คือ นิ้วผมใหญ่ + หูฟังมันไม่ได้มีมุมสำหรับเกี่ยวหรือดึงมันออกมาได้ง่ายๆ + ไอ้เคสแม่เหล็กที่ดูดแรงอีก ยิ่งทำให้ดึงออกมาแค่ละครั้ง ต้องกลั้นใจอย่างกับจะปลดชนวนระเบิดนิวเคลียร์ยังไงอย่างงั้นเลยทีเดียว ซึ่ง Comment ของผมสำหรับปัญหานี้ก็คือ Apple น่าจะทำให้เวลาเปิดฝากล่องขึ้นมา น่าจะมีอะไรดันดูดหูฟังมันขึ้นมาให้จับง่ายๆหน่อย เพราะเสียวจะหล่นกลางถนนหลายครั้งมากๆเลยครับ สำหรับท่านอื่นที่ไม่มีปัญหานี้ ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยครัชชชช

2.ไม่มีปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียงมาให้

ตัวหูฟัง AirPods จะมีปุ่มสัมผัสที่หูซ้ายและหูขวามาให้ การใช้งานก็คือ แตะไปสองครั้ง เพื่อเรียกคำสั่ง ซึ่งเราจะใช้สั่งคำสั่งอะไรก็ได้ แต่มันมีแค่ 4 คำสั่ง และตั้งคำสั่งแยกกันระหว่าง 2 หูได้ โดยที่คำสั่งที่มีให้ก็คือ เล่น-หยุด เพลง , เล่นเพลงถัดไป , เล่นเพลงก่อนหน้า และ เรียก Siri ขึ้นมาทำงาน ซึ่งผมรู้สึกโคตรขัดใจทำไมไม่ใส่ปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียงมาให้หน่อย เพราะผมว่ามันเป็นปุ่มที่ใช้บ่อยยิ่งกว่า ปุ่มย้อนไปเล่นเพลงก่อนหน้าอีกครั้ง ในเชิงการใช้งาน ผมก็เลือกได้แค่ 2 อัน โดยอันที่ผมเลือกก็คือ เล่น-หยุด เพลง กับ เล่นเพลงถัดไป  เพราะเวลาอยู่บนรถไฟฟ้าจะให้คุยกับ Siri เพื่อลดเสียงหรือเพิ่มเสียงนี่ก็ดูกระแดะๆยังไงชอบกล  ยังดีที่มี Apple Watch เลยสามารถหรี่เสียงแทน ซึ่งก็ดูขัดใจ ขัดใจจริงๆเว้ยยยยยย หวังว่าจะมี Software Update ให้มันให้เพิ่มความสามารถให้หน่อยนะ

3. กล่องที่เป็นแม่เหล็กดูดฝุ่นผงเล็กๆเข้ามาเยอะมาก ทำให้กล่องสกปรกง่ายมาก

ข้อดีของกล่องที่เป็นแม่เหล็กก็คือ มันดูเก็บหูฟังแล้วปลอดภัยไม่ต้องกลัวหล่นหาย แต่ในมุมกลับกัน มันก็ดูดผงฝุ่นโลหะที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกงมาง่ายมากๆ ใช้ๆไป จะรู้สึกว่าตัวกล่องมีฝุ่นเล็กๆดำๆ ติดอยู่ ต้องคอยเอานิ้วมารูดๆ มันออกบ้าง ถึงแม้เรื่องนี้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แค่เห็นแล้วมันแค่คาใจเฉยๆน่ะ

4. การสลับระหว่าง Source ค่อนข้างช้า

อย่างที่บอกไปผมมีอุปกรณ์หลายชิ้น หลักๆ ก็มี iPhone , iPad , Macbook Pro ที่ Pair กับตัว AirPods อยู่ แต่เวลาสลับ Source ระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ มันจะใช้เวลาค่อนข้างช้ามาก ระดับ 5-8 วินาทีเลยทีเดียว ซึ่งปัญหานี้จะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ 5 ไม่ชอบข้อสุดท้ายเป็นเรื่องที่โคตรลำบากเลยทีเดียวครับ

5. ใช้งานกับหลายอุปกรณ์ไม่สะดวก!!

อ่านหัวข้อนี้แล้วหลายคนอาจจะงง อ้าว ก็ผมพึ่งจะเกริ่นเอาไว้ว่า ข้อดีของเจ้าหูฟัง AirPods สำหรับสาวกทั้งหลายก็คือ มัน Pair ตัวเดียว แล้ว อุปกรณ์ตัวใดๆที่มี Apple ID ของเราก็จะรู้จักทั้งหมด แต่ทว่า มันดันมีปัญหาที่น่ารำคาญมากๆในการใช้งาน ซึ่งผมมันพิศดารกว่า หูฟัง Bluetooth ตัวอื่นๆที่ผมเคยใช้มาทั้งหมดเลยครับ

เดี๋ยวขออธิบายถึงหูฟังแบบดั้งเดิมที่สามารถ Pair ได้ 2 อุปกรณ์พร้อมๆกันก่อน

สมมติผมมีหูฟัง Bluetooth ตัวนึง แล้วผม Pair กับ iPhone และ เครื่อง Macbook เอาไว้

ถ้าผมฟังเพลงจากเครื่อง Macbook แล้วมีคนโทรเข้ามา หูฟังผมก็จะตัดไปที่ iPhone โดยอัตโนมัติ เมื่อผมคุยโทรศัพท์เสร็จ มันก็จะตัดกลับมายัง Macbook เพื่อฟังเพลงต่อโดยอัตโนมัติ ซึ่งในเชิงการใช้งานมันก็สะดวกดี และเป็นรูปแบบพื้นฐานที่คนใช้งานหูฟัง Bluetooth ใช้กันมาช้านาน

แต่กับ AirPods ถึงมันจะ Pair กับอุปกรณ์เราได้หลายชิ้น แต่มันไม่ได้มี Profile สำหรับทำงานกับอุปกรณ์ 2 อันพร้อมกันครับ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมกำลัง Pair หูฟังอยู่กับ Macbook ของผมอยู่ แล้ว มีคนโทรเข้า iPhone แล้วผมกดรับสายที่ iPhone เสียงมันจะไม่เข้า AirPods ครับ โอเคล่ะ มันมีปุ่ม Source ให้เลือกนะ ว่าเลือกมาที่ AirPods ได้ แต่มันเหมือนต้องย้าย Source ครับ แล้วมันใช้เวลาประมาณ 5-8 วินาทีกว่า AirPods จะย้ายจาก Macbook ไปยัง iPhone เพื่อให้คุยได้ และมันทำให้ผมสายหลุดมาหลายรอบแล้ว เพราะคนที่โทรหาผมนึกว่า ผมรับสายแล้ว แต่ไม่ได้ยินเสียง ซึ่งผมก็โคตรรำคาญปัญหานี้มาก จนกลายเป็นว่า AirPods เน้น Pair กับ iPhone เป็นหลัก จะฟังเพลงก็ฟังจาก iPhone แต่ถ้าอยากจะฟังเสียงอะไรจากใน Macbook ตอนทำงาน เช่นดู Youtube ก็หยุดเพลงใน iPhone แล้วค่อยฟังเสียงจากลำโพง Macbook เอา

 

และนี่ก็คือ 5 ชอบ 5 ไม่ชอบ กับหูฟัง AirPods ของผมครับ ไม่รู้หลายๆคนจะคิดตรงหรือไม่ตรงกับผมในหัวข้อไหนบ้างหรือเปล่า แต่นี่ก็คือสิ่งที่ผมรู้สึกได้ล่ะคร้าบ

Comments

comments

Check Also

รีวิว Mous case for iPhone X … เคสที่เค้าว่าหล่นจากตึก 5 ชั้นไม่เป็นอะไร

จริงๆ เคสมือถือของ Mous เป็นโครงการ Kickstarter มาตั้งแต่ประมาณต้นปี 2017 .. ด้วยการโชว์ความเก๋าว่าเป็นเคสมือถือที่ผ่านการทดสอบมหาโหด ด้วยการโยนแบบต่างๆจากที่โคตรสูง ลงใส่พื้นสารพัดแบบ ซึ่งท่าไม้ตายที่ใช้โชว์ให้ชาวโลกรู้ถึงความเทพนั่นก็คือ การ Drop test …

Leave a Reply