Home -> Review -> รีวิว Samsung Galaxy Tab2 นี่แหละ Tablet ที่ผมอยากให้เด็กป.1ใช้

รีวิว Samsung Galaxy Tab2 นี่แหละ Tablet ที่ผมอยากให้เด็กป.1ใช้

สงคราม Tablet ในตอนนี้ กำลังจะระเบิดศึกกันอีกครั้ง โดยที่ศึกครั้งนี้ จะไม่ใช่เป็นแค่ Android ปะทะ iOS อีกต่อไป เพราะผู้เล่นคนที่สามที่ลงศึกสมรภูมิ Tablet ในปีนี้ยังมี Windows 8 Tablet อีกด้วย ดังนั้นทาง Samsung ซึ่งเคยเปิดตัวอย่างสวยงามกับ Galaxy Tab ตัวแรกที่เป็น Tablet ขนาด 7 นิ้ว จึงทำการอัพเกรด Galaxy Tab รุ่นแรกที่ขายดีเป็นเทน้ำเทน่า ให้กลายร่างมาเป็น Galaxy Tab 2 ที่เป็น Spec ที่เหมาะสมกับการขายในปีนี้ครับ หลังจากที่บ้านเรามีการผลักดันโครงการ OTPC หรือ One Tablet Per Child ผมเองก็ลุ้นมาตลอดว่า Tablet ที่เด็ก ป.1 จะได้ใช้ในการศึกษาครั้งแรกนั้นจะเป็นยังไง ซึ่งพอได้จับเครื่อง + เห็นข้อมูลข้างใน ผมก็รู้สึก [คลิกที่นี่เพื่อดูความรู้สึกของผม] แล้วก็ทำใจไป แต่ช่วงเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ที่ผมได้รีวิวเจ้า Samsung Galaxy Tab2 เนี่ย ทำให้ผมรู้สึกว่า เออเนอะ เค้าน่าจะใช้ Spec ระดับใกล้เคียงกับ Galaxy Tab2 ซักหน่อย พวก App เพื่อการศึกษาที่พัฒนาขึ้นมาจะได้แสดงศักยภายให้เต็มที่กันมากกว่านี้อีก เอาเป็นว่าลองมาดูรีวิว Galaxy Tab2 กันคร่าวๆ ดูนะครับ

Samsung Galaxy Tab2 มี 2 ขนาดด้วยกันคือ ขนาด 7 นิ้ว และ 10.1 นิ้วครับ โดยตัวที่ผมได้รับมาทดสอบจะเป็นตัว 7 นิ้วครับ ซึ่ง Galaxy Tab2 จะมีทั้งหมด 3 แบบด้วยกันนั่นคือ

  • Galaxy Tab2 ขนาด 7 นิ้ว แบบรองรับความถี่ 3G 850/2100 Mhz
  • Galaxy Tab2 ขนาด 7 นิ้ว แบบรองรับความถี่ 3G 900/2100 Mhz
  • Galaxy Tab2 ขนาด 10.1 นิ้ว โดยที่รองรับความถี่ 3G ครบทุกความถี่ที่ใช้กันในประเทศไทย

ด้านหน้าของตัวเครื่องจะมีขอบจอเป็นสีดำ โดยที่ ปุ่ม Home , Back หรือ Setting ไม่มีแล้ว เปลี่ยนเป็นปุ่มแบบสัมผัสบนหน้าจอเพื่อให้เป็นไปในทางเดียวกับ Android ICS 4.0.4 ครับ ด้านขวาเป็นปุ่มเปิด และ Volume  Control  ซึ่งกลายเป็น ตำแหน่ง Default ไปแล้ว สำหรับ Android จาก Samsung ด้านบนเป็นรูเล็ก สำหรับ Built-in Microphone และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 นิ้ว ช่องเสียบ SIM แบบขนาดปกติ และ ช่องใส่ Micro SD ที่ใส่ได้สูงสุดถึง 32GB ด้านหลังเป็นวัสดุโลหะสีเทาๆ ให้อารมณ์เรียบหรู พร้อมเลนส์กล้องขนาด 3.2MB โดยที่ไม่ได้มี Flash ให้มาด้วย (ที่ต้องแปะ Serial No. ทิ้งเอาไว้ เพราะเป็นเครื่องรีวิวนะครับ) ความรู้สึกแรกที่ได้จับคือ บางกว่า Galaxy Tab ตัวเดิม น้ำหนักประมาณ 345 กรัม ค่อนข้างเบา ถึงแม้ด้านหลังจะเป็นวัสดุคล้ายๆโลหะ แต่ก็สามารถจับได้โดยไม่ลื่น ถนัดมือครับ หน้าจอขนาด 7 นิ้ว เป็นจอ LCD TFT ธรรมดา ความละเอียด 1024 x 600 และเป็นจอสัมผัส Multitouch แบบ Capacitive หรือจอแข็งที่ให้ค่าสีมากถึง 16 ล้านสี … แต่อาจจะไม่ได้แจ่มเท่า Super AMOLED ของ Galaxy S2 นะครับ ส่วนเรื่องความลื่นของระบบสัมผัส เนี่ยผมอยากจะบอกเลยว่า มี lag นิดนึง แต่เสี้ยวเดียวจริงๆ

หน้า HomeScreen ก็เป็น TouchWiz UI สำหรับ Android ICS 4.0 .. ซึ่งดูเผินๆไม่ค่อยจะต่างกับ ICS ของยี่ห้ออื่นๆ แต่ที่ต่างกันก็คือ จะมี Widget เฉพาะทางของ Samsung ให้ค่อนข้างเยอะ
 
ในแง่ฮาร์ดแวร์ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ Galaxy Tab2 เห็นจะเป็นแค่การเปลี่ยน CPU ให้เป็น Duocore 1GHZ กับเพิ่มแรมเป็น 1GB เพื่อให้ทำงานบน Android 4.0 ได้อย่างราบรื่น ซึ่้งถ้าดูจากผลการทดสอบผ่านโปรแกรม Quadrant โปรแกรมที่ใช้ในการวัดคะแนนการทำงานของเครื่องจะได้คะแนนกลางๆ ไม่โดดมาก แต่ก็ไม่ต่่ำมาก อยู่ที่  2,482 คะแนน เรียกได้ว่า เร็วเท่าๆกับอุปกรณ์ Smartphone / Tablet ที่เร็วระดับ DuoCore จากปีที่แล้วต่อเนื่องกันมา แต่อาวุธที่ทาง Samsung เตรียมไว้สำหรับสู้ศึกของสงคราม Tablet ในปีนี้ไม่ใช่ Spec ซะทีเดียว แต่มันคือ Content ครับ
 
Samsung ได้เขียนถึงหนึ่งในความสามารถประจำตัวของเจ้า Galaxy Tab2 นี่เอาไว้ว่ามันคือ “Total Multimedia Hub” เพราะปีนี้สงคราม Tablet ไม่ได้อยู่ที่การขาย Spec แต่เป็นการสร้างเนื้อหาแบบ Exclusive ให้กับลูกค้าของตัวเอง
หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า “มี Tablet ไปแล้ว ถ้าอยากดูหนังหรือละครก็เข้า Youtube … อยากอ่านหนังสือก็ซื้อ ebook ผ่าน Store เอาก็ได้ หรือถ้าอยากได้เกมก็กดโหลดเอาใน PlayStore ไม่เห็นยาก” แต่อย่าลืมนะครับว่า ผู้ใช้อุปกรณ์ IT ตอนนี้จำนวนมากไม่ได้มีความสามารถที่จะไปหา Content เหล่านั้นกันมาได้เอง ซึ่งถ้า Samsung สามารถรวบเอาเนื้อหาดีๆเอาไว้ใน App เพื่อให้ผู้ใช้สามารถกดใช้งานได้เลย ก็จะสามารถเอาชนะใจบรรดาลูกค้ามือใหม่เหล่านั้นได้ไม่ยาก แถมลูกค้ากลุ่มนี้ยังเยอะอีกด้วยครับ
เริ่มจาก สำหรับเนื้อหาด้าน Lifestyle ก็จะมี App ที่ชื่อว่า Wongnai ให้บริการสำหรับคนที่อยากจะหาสถานที่ในการทานอาหารอร่อยๆครับ เพราะ Wongnai เป็น App ของไทยที่อยู่ในอันดับต้นๆของ AppStore และ PlayStore แถมยังมีฐานข้อมูลกว่า 100,000 ร้านค้า สมาชิกอีกเพียบที่พร้อมจะรีวิวสถานที่ทานอาหารจริงๆ ต้องยอมรับเลยว่า บางทีผมหิวๆ แต่นึกไม่ออกว่าอยากจะกินอะไรก็กดเปิด Wongnai ขึ้นมาหากันดื้อๆเลยแหละครับ
ถัดมาก็คือเนื้อหาด้านเพลง .. งานนี้ก็จะมี App ที่ชื่อ GMM-TV กับ GMM MV HITZ   ซึ่งจะเป็น Content ด้านโหลดเพลง , Music Video และ ชมรายการทีวีจากค่าย Grammy ครับ อันนี้ก็ถือเป็น Exclusive Content ที่ดึงดูดวัยรุ่นให้มอง Galaxy Tab2 เป็นตัวเลือกในใจเช่นเดียวกัน
และสำหรับเนื้อหาด้านหนังและรายการทีวี ก็ได้มีการจับมือกับทาง นายห้าง @nuishow เพื่อนรักของผม ในการเพิ่ม App ที่ชื่อ Unitv GO มาเป็น Exclusive Content ด้านหนังและรายการทีวีครับ เพราะ UniTV Go จะเป็น App ที่สามารถให้คุณเลือกชมหนังจากค่ายดังๆ ได้เป็นร้อยๆเรื่อง รายการทีวีทั้งจาก Free TV และ Internet TV ในความละเอียด 720P ถ้าใครๆเป็นแฟนแบไต๋ ไฮเทค ก็สามารถรับชม แบไต๋ ไฮเทคย้อนหลังแบบ 720p ที่นี่ที่เดียวนะคร้าบ
 สำหรับ Content ด้านเกม ก็จับมือกับค่าย Gameloft ในการซื้อ License เกมชื่อดังบางส่วนจากค่ายนี้ มาแจกฟรีให้กับ ผู้ที่เป็นเจ้าของ Galaxy Tab2 ครับ ถ้าผมจำไม่ผิด จะมีเกม Asphalt 6 เกมแข่งสุด ภาพสุดแจ่ม ที่ขายกันราคาแพงมาก มาแจกฟรีกันด้วยครับ
และเมื่อรวมกับ Reader Hub ที่เป็นแหล่งดาวน์โหลดนิตยสารและหนังสือพิมพ์ / Social Hub ที่เป็น App รวมมิตร Social Network ต่างๆ / Game Hub ที่เอาไว้โหลดเกมอีกเพียบ และ Music Hub ที่เอาไว้ซื้อเพลง .. งานนี้ต้องเรียกว่า Samsung เตรียม Exclusive Content ไว้ให้ผู้ใช้มือใหม่อย่างมากในการเลือกซื้อ Tablet ของตัวเองจริงๆ เพราะการลงทุนด้าน Content นี่ ลงทุนกันครั้งเดียว แต่สามารถต่อยอดไปยังอุปกรณ์ตัวอื่นๆได้เกือบหมด ผมว่างานนี้ Samsung มาถูกทางจริงๆครับ
แถมด้วย ตอนนี้เรื่องจาก App ที่อยู่ใน Google PlayStore มีเยอะเหลือเกิน Samsung จึงเพิ่ม ช่องทางอีก 2 ช่องทางเพื่อให้ผู้ใช้งาน ไม่ต้องหลงทางกับการเลือกติดตั้ง App ในเครื่้องตัวเอง ด้วยการ เพิ่มระบบ Filter หรือตัวกรองมาให้ 2 ตัวครับ
ตัวแรกก็คือ Samsung App นั่นเอง มันคือระบบ Market ของ Samsung เอง ที่เฉพาะลูกค้าของ Samsung ถึงจะมีสิทธิ์เข้ามาโหลดโปรแกรมฟรีๆในนี้ อย่างเกมของค่าย Gameloft ก็สามารถโหลดฟรี (บางรุ่น) ได้จาก Samsung App นี่แหละครับ
อีกตัวคือ S Suggest เป็น App ที่เอาไว้แนะนำ App ใน PlayStore อีกทีว่า มี App ไหนน่าสนใจและเหมาะกับการทำงานของเครื่องบ้าง โดยที่ใน S Suggest จะเป็นแค่แนะนำเฉยๆ ก็จะเลือก App ดีๆ ทั้งฟรีและเสียเงินมาให้ผู้ใช้ได้โหลดไปใช้กันโดยที่ไม่ต้องมานั่งทดลอง ลง App เป็นสิบๆตัว เพื่อหา App ที่ดีที่สุดครับ
สำหรับราคาของ Samsung Galaxy Tab2 ตอนนี้ก็ประกาศแล้วนะครับ สำหรับรุ่น 7 นิ้วก็ราคา 12,900 และ 10.1 ก็จะราคา 15,900 บาทครับ สำหรับ รุ่นที่ผมได้มาทดสอบคือ 7 นิ้ว สีดำ แต่ตัวที่วางจำหน่ายจะเป็นสีขาวนะคร้าบ
สรุปข้อดี และ ข้อเสียของ Galaxy Tab2
ข้อดี : เป็น Tablet ที่ถูก Optimize มาเพื่อ Android 4 โดยเฉพาะ จึงทำให้ทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่ค่อยกระตุก .. อัดแน่นไปด้วย Exclusive Content สารพัดแบบจาก Samsung ชนิดเจ้าอื่นสู้ด้วยยากระดับนึงเลยทีเดียว อ้อ และมันสามารถใช้ “โทรได้” ทั้งแบบ 7 นิ้ว และ 10 นิ้วเลยครับ
ข้อเสีย : เนื่องจากราคาค่อนข้าง ถูกมาก ในแง่ของวัสดุการผลิตก็จะดูไม่หรูหรา รวมไปถึง Spec ที่เปลี่ยน CPU Duocore เป็นตัวประหยัดมากขึ้น ในแง่ของการใช้งานไประยะยาว อาจจะส่งผลอยู่เหมือนกัน ในกรณีใช้งานนานเกิน 2 ปีครับ แต่ถ้านานขนาดนั้นคนเราก็อาจจะซื้อใหม่กันบ้างแล้วล่ะนะ
สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณทาง Samsung สำหรับเครื่องทดสอบด้วยนะคร้าบ

Check Also

รีวิวพ่อบ้าน ตู้เย็น Samsung รุ่น Bottom Freezer ตู้เย็นที่ไม่ทำให้คุณปวดหลังเวลาเปิด!

จั่วหัวให้มันแปลกตา แต่รีวิวนี้เป็น Sponsored Post ที่มาได้จังหวะดีโคตรๆ เพราะผมพึ่งซื้อบ้านใหม่ และกำลังอยากจะได้ตู้เย็นพอดี ซึ่งทรงของตู้เย็นแบบนี้ อาจจะไม่ได้ใหม่หรือแปลกอะไรนักในบ้านเรา (หลายคนอาจจะได้ใช้นานแล้ว) แต่ผมเองก็พึ่งจะได้ใช้ตู้เย็นแบบนี้ แล้วพบว่า เออมันดีเหมือนกันแฮะ FacebookTwitterLine

4 comments

  1. ถ้าเครื่องตกพื้น จอแตก ใครซ่อมครับใครรับประกันครับ จะให้ผู้ปกครองเสียค่าซ่อมคงไม่ได้มั้งครับเพราะค่าซ่อมคงแพง ถ้าส่งซ่อมนานไหมครับ คงรอเป็นเดื่อนก็ไม่ไหวนะครับ

    • แล้วพูดอย่างกะไอ้เครื่องที่เอามา มันตกพื้นแล้วจอไม่แตกงั้นแหละ…
      แล้วอย่างกะเครื่องที่ใช้กันอยู่ มันเสียแล้วเปลี่ยนเลย งั้นเรอะครับ???

  2. หรือจะเป็นอย่างที่สถิติเค้าว่าจริงๆ ที่ว่าคนไทยไม่ค่อยอ่านหนังสือ
    ผมไม่ได้บอกว่า Tablet เด็ก ป.1 ต้องเป็น Samsung ..
    แต่มันน่าจะเป็น Spec เดียวกับ Samsung Galaxy tab 2 ตะหากล่ะเว้ยยยย ปัดธ่อ

  3. ได้ Spec นี้ก็ดีครับ จริง ๆ แล้วผมเห็นของจีน spec ดี ๆ ถูก ๆ ก็มีนะ อย่าง Ainol NOVO7 ELF II เห็นขายใน web ก็ 3,890.- ถ้าซื้ออย่างรัฐ นะคงได้ราคาใกล้ ๆ ของ Tablet ป.1 ไม่แน่อาจถูกกว่าด้วย

Leave a Reply