Home -> Review -> รีวิว Creative Airwave ลำโพง Bluetooth + NFC ที่ใช้โทรได้

รีวิว Creative Airwave ลำโพง Bluetooth + NFC ที่ใช้โทรได้

ในยุคที่ Smartphone ล้นเมืองแบบนี้ อุปกรณ์เสริมทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับ Smartphone ก็จะพากันออกสินค้าใหม่ เกาะกระแส Smartphone ให้ตัวเองขายดีไปด้วย และอีกหนึ่งสินค้าที่ตอนนี้กำลังมีคนผลิตกันออกมาสารพัดยี่ห้อ ก็คือ ลำโพง Bluetooth นั่นเองคร้าบ

ตอนนี้ Smartphone เป็นอุปกรณ์ฟังเพลงที่ได้รับความนิยม ก็เพราะว่า มันขนาดเล็ก มี Battery เยอะกำลังดี สามารถเชื่อมต่อกับ Music Store ต่างๆได้ ทำให้เจ้าของเครื่อง สามารถพกพาเพลงโปรดไปได้ทุกที เมื่อก่อน Gadget ในหมวดเสียงเพลงที่ขายดี คือ หูฟัง แต่ปัจจุบัน ลำโพง Bluetooth ก็เป็นอีกหนึงอุปกรณ์ที่เข้ามาทำตลาด เพราะว่า การที่จะเสียบหูฟังค้างไว้ตลอดเวลา มันอาจจะไม่สะดวกใจหลายๆคนครับ ก็เลยใช้วิธีโยนเพลงผ่าน Bluetooth เอาซะเลยนี่แหละ ไร้สาย สะดวก แถมง่ายด้วย

สำหรับ Creative Airwave เองก็เป็นลำโพง Bluetooth ขนาดเล็กกะทัดรัด ราคาไม่แพง แต่มีความสามารถเจ๋งๆ พอจะเอาไปโม้กับเพื่อนข้างห้องได้ 2-3 อย่างเลยทีเดียวล่ะครับ เอาล่ะ ลองมาดูวีดีโอแกะกล่องกันก่อนนะครับ ว่ามันมีอะไรมาให้บ้างใน Creative Airwave ตัวนี้

ใน Creative Airwave จะมีสีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ดำ / ชมพู / เขียว / ฟ้า ครับ โดยส่วนตัว ผมชอบสีชมพูกับสีเขียวนะ ดูมันแร่ดดี แต่ถ้าเอาปลอดภัยก็สีดำครับ ยกไปใช้ได้ทุกที่ ปลอดภัยไม่เลอะง่าย

IMG_2606

ตัวลำโพง มีน้ำประมาณ 1.1 กิโล มีความกว้างประมาณ 29 cm / สูงประมาณ 15 cm และ หนาประมาณ 13 cm .. วัสดุที่ใช้เป็นพลาสติกที่หุ้มตัวเครื่องและดอกลำโพงเอาไว้ ที่มีน้ำหนักมากหน่อย ก็เพราะว่ามันอัด Battery เอาไว้เยอะมาก เพราะสามารถทำงานได้ต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ (แม่เจ้า ลำโพง Bluetooth ทั่วไป ทำงานได้ 4 ชั่วโมงก็เก่งแล้วเนี่ย) นี่แหละ คือ เรื่องที่จะเอาไปโม้ให้เพื่อนข้างห้องฟังว่า “มันทำงานได้ 12 ชั่วโมงเลยนะเว้ยยย”

IMG_2601

ด้านบนของตัวเครื่องจะเป็น console ที่ใช้ในการควบคุมส่วนต่างๆ เรียงจากซ้ายไปขวา ก็คือ ไมโครโฟน (เฮ้ย ลำโพงอะไรมีไมค์ด้วย เอาไว้ทำอะไร เดี๋ยวบอกครับ) มีปุ่มควบคุมเสียง แล้วก็ ปุ่ม Multi Function คือ เอาไว้เปิด/ปิดเครื่อง หรือ Pair Bluetooth ก็ได้ครับ และสุดท้ายก็คือ ไฟ LED สำหรับบอกสถานะการทำงาน

จริงๆแล้ว  นอกจากการทำตัวเป็นแค่ ลำโพง Bluetooth เฉยๆแล้ว เจ้า Creative Airwave ตัวนี้ยังสามารถเป็น ตัวกลางในการคุยโทรศัพท์ได้อีกด้วย นี่แหละ เรื่องที่ 2 ที่จะเอาไว้โม้เพื่อนข้างห้อง

IMG_2607

สมมติว่า เรากำลังนั่งทำงานอยู่หน้าลำโพง แล้วมีสายเข้ามาพอดี เราไม่ต้องเอื้อมไปหยิบมือถือมารับสายครับ กดปุ่มรูป Bluetooth บนตัวเครื่องเพื่อรับสายได้เลย

IMG_2608

ด้านหลังมี Port สำหรับเสียบ USB เพื่อชาร์จไฟ / Port AUX IN สำหรับเสียบกับอุปกรณ์ฟังเพลงอื่นๆ โดยที่ไม่เชื่อมผ่าน Bluetooth (เช่น iPod รุ่นเก่าๆ หรือ MP3 Player รุ่นที่ไม่มี Bluetooth ครับ) แล้วรูตรงนั้น เป็นรูลม ที่เชื่อมกับดอกลำโพง เพื่อที่จะเอาไว้ขับเสียงเบสออกมาด้านหลัง (แหม่ ทำแบบ Bose เลยนะครับ)

IMG_2602

วิธีการ Pair หรือ จับคู่มือถือของคุณเข้ากับเจ้า Creative Airwave ตัวนี้ก็ไม่มีอะไรยากครับ กดปุ่ม Bluetooth ค้างเอาไว้ 3 วินาที ไฟที่อยู่บนตัวเครื่องจะกระพริบ ระหว่างนั้นก็เปิดมือถือของคุณ เข้าโหมด Bluetooth แล้วก็หาตัวอุปกรณ์ที่ชื่อ Airwave แล้วก็กดจับคู่ได้เลยครับ

IMG_2609

และเรื่องที่เอาไปโม้อย่างที่ 3 ได้ก็คือ ลำโพงตัวนี้ รองรับ NFC ครับ ถ้าโทรศัพท์มือถือของคุณรองรับ NFC แค่นำเอาเครื่องมาแตะกับตัวลำโพง แค่นี้ก็สามารถจับคู่มือถือของคุณกับ Creative Airwave แบบง่ายโคตรๆได้แล้วครับ

IMG_2598

ด้านหลังของลำโพงจะมีสัญลักษณ์ของ NFC อยู่ ตรงนี้แหละครับ ที่เอามือถือมาแตะได้เลย

IMG_2605

อีกอย่างที่ชอบมากก็คือ สาย Micro USB ที่ทาง Creative ให้มาเป็นสายถักอย่างดี ทนทาน ใช้ได้นานโคตรๆแน่นอน เพราะผมเชื่อว่า เราก็น่าจะเคยโดนสาย USB ห่วยๆเล่นงานกันมาบ้าง เวลาใช้งานไปนานๆ ขั้วตรงหัวชาร์จก็ชอบขาด เป็นกันบ่อยจนรำคาญเลยล่ะครับ

สำหรับคุณภาพเสียงของ Creative Airwave ผมทำการทดสอบด้วยการอัดเสียงจากลำโพงอีกหนึ่งทอด เข้ามาที่ไมค์คุณภาพค่อนข้างดีที่ใช้ในการอัดเสียงของผม ลองฟังดูนะครับ ว่าคุณภาพเสียงถูกใจไหม (ความดังที่เปิด คือประมาณกลางๆ

สรุปความรู้สึกในการทดลองกับ Creative Airwave

  • เป็นลำโพงรองรับการทำงานได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การคุยโทรศัพท์หรือการทำ NFC Pairing
  • เสียงดังดีมาก แค่คุณภาพเสียงไม่ถึงขั้นปลาบปลื้มน้ำตาไหล เรียกว่าคุณภาพเสียงสมราคาดีกว่าครับ
  • ทำงานได้นานโคตรๆ ชาร์จทีนึง ฟังกันลืม
  • ในกล่องอุปกรณ์ไม่ได้แถม หัวต่อเสียบไฟบ้านมาด้วย แหม ก็พอจะเข้าใจนะว่า เดี๋ยวนี้บ้านไหนๆก็มี แต่บ้านที่มันไม่มี เค้าก็ไม่มีนะเฟ้ย

สำหรับท่านใดที่อ่านรีวิวเสร็จรู้สึกวู่วามอยากเสียตังค์ให้กับลำโพงตัวนี้ ผมมีโปรลดราคาเพิ่มให้สำหรับแฟนๆ Freeware.in.th ครับ แค่กรอก CODE ว่า “FREEWARE10” ตอนสั่งซื้อของ จะมีโปรโมชั่นลดราคาจาก 3,290 บาท เหลือ 2,990 บาท โดยที่มีโปรนี้แค่ 10 ตัวเท่านั้นนะคร้าบ  สามารถไปซื้อออนไลน์ได้ที่ ร้าน Melonbox.com เลยนะครับ

 

 

Check Also

รีวิวพ่อบ้าน ตู้เย็น Samsung รุ่น Bottom Freezer ตู้เย็นที่ไม่ทำให้คุณปวดหลังเวลาเปิด!

จั่วหัวให้มันแปลกตา แต่รีวิวนี้เป็น Sponsored Post ที่มาได้จังหวะดีโคตรๆ เพราะผมพึ่งซื้อบ้านใหม่ และกำลังอยากจะได้ตู้เย็นพอดี ซึ่งทรงของตู้เย็นแบบนี้ อาจจะไม่ได้ใหม่หรือแปลกอะไรนักในบ้านเรา (หลายคนอาจจะได้ใช้นานแล้ว) แต่ผมเองก็พึ่งจะได้ใช้ตู้เย็นแบบนี้ แล้วพบว่า เออมันดีเหมือนกันแฮะ FacebookTwitterLine

23 comments

Leave a Reply