Home -> Review -> รีวิว Samsung Gear Fit กับการปั่นจักรยานเสือหมอบในการออกกำลังกาย

รีวิว Samsung Gear Fit กับการปั่นจักรยานเสือหมอบในการออกกำลังกาย

ได้รับ Samsung Gear Fit จาก Samsung มาซักพักแล้วเพื่อนำมาทดสอบกับปั่นจักรยานว่า จะสามารถใช้ในฐานะของ Fitness Tracker และ Cycle Computer ได้ไหม มีวิบากกรรมมากมายในการทดสอบเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ (แต่ไม่เกี่ยวกับ Gear Fit นะครับ เป็นปัญหาส่วนตัวของผมเอง) กว่าจะทำทดสอบเสร็จ เจ็บตัวไปก็มาก เลยเอาผลรีวิวมาฝากกันครับ

คงไม่ต้องพูดเกริ่นถึง Gear Fit กันมากนัก เพราะ Blogger ท่านอื่นก็คงรีวิวมันในฐานะของ Wearable Computer กันหมดแล้วว่ามันทำอะไรได้บ้าง ตัวมันทำงานได้ครบวงจรดี รองรับการทำงานในแง่ของทั้ง Smart Watch และ Fitness Tracker เลยล่ะ  ก็ต้องยอมรับว่า Gear Fit ของ Samsung เป็น Wearable ที่ครบเครื่องที่สุด แต่!! (แต่อะไรนั้น เดี๋ยวตามไปอ่านให้จบละกันนะครับ)

IMG_2769

อุปกรณ์ตระกูล Gear เป็น Wearable Computer จาก Samsung ตอนนี้ออกมา 3 รุ่นแล้วครับได้แก่

  1. Samsung Galaxy Gear รุ่นแรก (เป็น Android)
  2. Samsung Gear 2 (เป็นระบบปฏิบัติการ Tizen)
  3. Samsung Gear Fit (เป็นระบบปฏิบัติการ Tizen เช่นเดียวกัน)

แต่จะเป็นระบบปฏิบัติการอะไรก็ไม่ต้องไปแคร์มันมากหรอกครับ ในแง่การทำงานของมันก็เหมือนเดิม แต่เนื่องจากการที่ไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android แล้ว จึงต้องนำคำว่า Galaxy ออกจากแบรนด์เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าสับสนครับ

IMG_2766

Gear Fit จะเน้นเรื่องของการออกกำลังกายมากกว่า Gear 2 .. ดังนั้น ราคาก็เลยจะถูกกว่า ไม่มีกล้องติดตั้งมาในตัวและใช้ในการคุยโทรศัพท์ไม่ได้เหมือน Gear 2  ตัวอุปกรณ์สามารถแกะถอดสายออกมาได้แบบในรูปเพื่อเปลี่ยนเป็นสายคาดข้อมือที่สั้นกว่าสำหรับผู้หญิงก็ได้ หรือเปลี่ยนสีของสายเป็นสายสีอื่นก็ได้ครับ

IMG_2767

สำหรับการชาร์จหรือ Sync จะต้องใช้ตัวคลิปนี้ช่วย กดเข้าไปแน่นๆ แล้วก็ใช้สาย Micro USB ในการชาร์จได้เลยครับ

IMG_2786

ตัวหน้าจอในการแสดงผลเป็นหน้าจอแบบ OLED ที่โค้งรับกับข้อมือได้ สามารถแสดงข้อมูลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน โดยส่วนตัวชอบการแสดงผลแบบแนวตั้งเพราะดูง่ายมากกว่า แต่การแสดงผลแบบแนวนอนสวยกว่าครับ อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ

IMG_2783

พลิกมาด้านหลังจะมี Heart Rate Sensor หรือตัววัดอัตราการเต้นของหัวใจครับ เวลาที่กดใช้งานก็จะมีเลเซอร์ยิงออกมาแบบนี้เลย

IMG_2777

Gearfit จะมีปุ่มกดสำหรับสั่งการอยู่ 1 ปุ่ม การกด 1 ครั้งหมายถึงเปิดหน้าจอขึ้นมาเพื่อแสดงผล หรือสามารถทำคำสั่งลัด กดสองครั้งเพื่อเรียก App อื่นมาทำงานก็ได้  ตัวหน้าจอเป็นระบบ Touch screen ขนาด 1.48 นิ้ว ความละเอียด 432 x 128 pixel ก็เรียกได้ว่า ละเอียดเพียงพอสำหรับการใช้งานและการแสดงผลครับ

IMG_2776

เราสามารถใช้งาน Gear Fit ได้หลายหน้าที่ด้วยกัน ซึ่งถ้าเชื่อมกับ Samsung Galaxy S5 ผ่านแอป Gear Fit Manager ก็จะดึงเอาความสามารถเต็มๆของ Gear Fit ออกมาได้หมดเลยครับ เช่น

  • บอกเวลา
  • กดรับสาย หรือ กดปฏิเสธการรับสายพร้อมส่ง Message กลับไปบอกคนที่โทรมาได้ด้วย
  • ใช้เป็น รีโมทควบคุมเพลงบนเครื่อง Samsung
  • นับก้าวการเดินในชีวิตประจำวันได้
  • จับการเคลื่อนไหวเพื่อออกกำลังกายได้
  • แสดง Notification ของ App ที่เราเลือกไว้
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (แบบเป็นครั้งๆ หรือแบบจับตลอดเวลาที่ออกกำลังกายก็ได้)
  • จับเวลานับถอยหลัง
  • จับคุณภาพการนอนหลับ

IMG_2773

การแสดง Notification สามารถแสดงผลภาษาไทยได้ไม่มีปัญหา Font ก็สวย แถมยังไม่มีปัญหาสระลอยด้วยครับ

IMG_2788

ขั้นตอนการจับคู่หรือ Pair กันครั้งแรกก็ง่ายมาก ถ้าเครื่องมี NFC อยู่ก็เอา Gear Fit ไปแตะกับ Samsung Galaxy S5 ได้เลยครับ หลังจากนั้น ตัว Samsung ก็จะโหลด App ที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการใช้งาน Gear Fit มาโดยอัตโนมัติ

Screenshot_2014-07-09-09-18-08

อย่างที่บอกไปว่า การจะใช้ Gear Fit ให้เต็มประสิทธิภาพ ก็ต้องมี Gear Fit Manager ด้วย ซึ่ง App นี้จะเป็นตัว Setting รูปแบบการใช้งานทั้งหมดของ Gear Fit รวมไปถึงเชื่อมต่อกับ App อื่นๆที่จะมาทำงานคู่กันด้วยเช่น S Health

Screenshot_2014-07-09-09-18-17

การปรับแต่งหน้าตา , Template นาฬิกา หรือ Layout ส่วนอื่นๆสามารถปรับแต่งจากใน Gear Fit Manager ได้ โดยที่กดปั๊บ ภาพก็เปลี่ยนทันทีเลยครับ

IMG_2789

ลองทดสอบเปลี่ยน Background เป็นภาพของเมล่อน ก็แสดงผลได้ละเอียดดี ไม่รู้สึกเบลอจนแสบตาซักเท่าไหร่

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็เริ่มสงสัย

ว่าเมื่อไหร่เอ็งจะเล่าถึงการเอาไปใช้กับการปั่นจักรยานซะทีฟระ

ครับ ได้ครับ เดี๋ยวนี้แหละครับ

การที่เราจะใช้ความสามารถ Fitness Tracker ในตัว Gear Fit ได้ จะต้องมีแอป S Health ทำงานร่วมกันด้วยครับ

Screenshot_2014-06-26-23-52-22

ตอนเราเปิดใช้งานครั้งแรก เราก็จะต้องกรอกข้อมูลของเราลงไปก่อนว่าเกิดวันไหน สูงเท่าไหร่ หนักเท่าไหร่ เป็นคนออกกำลังกายระดับไหน เพื่อที่ให้ S Health ประเมินข้อมูลที่ถูกต้องในการใช้คำนวนการออกกำลังกายของเราได้ครับ

Screenshot_2014-07-09-09-27-47

และในตัว S Health ก็จะมีเป็น App ย่อยๆ เพื่อทำหน้าที่ต่างๆกัน เช่น Heart Rate เพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจ , Food สำหรับ กรอกข้อมูลอาหารที่เราทานเข้าไป , Weight คือตัว Weight Tracker ว่า ในแต่ละวันเรามีความเปลี่ยนแปลงด้านน้ำหนักเท่าไหร่ และ Sleep ก็จะแสดงข้อมูลการหลับนอนของเราครับ โดยที่เราสามารถติดตั้ง App เข้าไปเพิ่มได้ด้วย

อย่างการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน เราก็สามารถใช้ Exercise ในการเก็บข้อมูลการปั่นได้ด้วยครับ

IMG_2620

การทดสอบครั้งนี้ผมปั่นจักรยานด้วยคอร์สการปั่น 40 กิโลเมตรที่ผมใช้ปั่นเป็นประจำ ด้วยเส้นทาง อ่อนนุช – ศรีนครินทร์ – ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 – เข้าบึงหนองบอนปั่น 2 รอบ – เข้าสวนหลวง ร.9 แล้วปั่นในสนามราษฏ์ที่เป็นสนามซ้อมอีกประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วค่อยปั่นกลับบ้าน ทางศรีนครินทร์ เข้าอ่อนนุชครับ โดยการที่จับข้อมูลทดสอบครั้งนี้ ผมทดสอบคู่กันระหว่าง Garmin Edge 810 ที่เป็น Cycle Computer ของจักรยาน ด้วย โดยที่จับคู่พร้อมกับ Samsung Gear Fit แล้วกด Start พร้อมกันเลย

Screen Shot 2557-07-17 at 17.48.09

Screenshot_2014-07-09-09-28-31Screenshot_2014-07-09-09-29-52

ในแง่ระยะทางและความเร็ว ถือว่า +/- 5 ในแต่ละค่า ไม่ต่างกันมากครับ ค่อนข้างแม่นยำเลยทีเดียว แต่ไอ้ปริมาณ Calories ที่เราใช้ไป มันแล้วแต่สูตรการคำนวนของแต่ละเจ้า ดังนั้น ก็จะไม่ค่อยเท่ากันนะครับ แต่ ระยะทาง ความเร็วเฉลี่ย ความเร็วสูงสุด หรือค่า Pace ค่อนข้างใกล้เคียงกันมากทีเดียว

Batdance -- Prince (Batman 1989) [HQ]-1

ผมมีสายคาดวัดอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ด้วย ส่วนของ Gear Fit จะจับอัตราการเต้นของหัวใจจากข้อมือ ซึ่งจะจับค่าตลอดการออกกำลังกายครับ อันนี้เป็นค่าการเต้นของหัวใจผม หลังจากที่ปั่นมาแล้ว 23 กิโลเมตรแล้ว ตามด้วยการ Spint แบบห้อเลือดอีก 5 กิโลเมตร ค่าหัวใจของผมแสดงกันตรงเป๊ะเลยทีเดียว

IMG_2596

ในเรื่องของความสะดวก คนที่ปั่นจักรยานจริงๆ ส่วนใหญ่ก็จะหาซื้อ Garmin Edge มาใช้กันอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ยังไม่มี Cycle Computer และใช้งาน Smartphone ของ Samsung อยู่แล้ว การซื้อ Gear Fit มาใช้ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากเหมือนกัน เพราะนอกจากใน Fitness Tracker ที่มี Heart Rate Sensor ในตัวแล้ว ยังได้ความสามารถ Smart Watch มาเพิ่มเติมด้วยครับ แต่เวลาที่จะออกกำลังกายก็ต้องพกเครื่อง Samsung Galaxy ที่เราซิงค์ Gear Fit เอาไว้ไปด้วยนะครับ เพราะตัว Gear Fit มันไม่มี GPS เพื่อจับระยะทางต้องจับระยะทางผ่าน Smartphone เท่านั้น

และก็อย่างที่บอกไปว่า Gear Fit มันดีมาก แต่ก็มีปัญหานิดนึงตรงที่ว่า S Health เก็บข้อมูลด้วยระบบของตัวเองเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะเก็บไว้ใน Samsung Account เพื่อป้องกันการสูญหายได้ก็จริง แต่ไม่สามารถ Export ข้อมูลไปใช้กับระบบอื่นได้ เพราะในกลุ่มนักออกกำลังกายก็จะใช้ App ที่กลุ่มตัวเองใช้ในการเทียบสถิติกันระหว่างเพื่อนๆด้วย ถ้าอยากจะเก็บข้อมูบลไปใช้เทียบสถิติกับเพื่อนๆ ก็คงต้องเปิด App ไว้จับข้อมูล 2 ตัวพร้อมกันครับ

สรุปความรู้สึกในการใช้งาน Samsung Gear Fit

  • น้ำหนักเบา หน้าตาดี ใส่ไปที่ไหนก็รู้สึกเท่ดี
  • การควบคุมโปรแกรมเล่นเพลงผ่านข้อมือ ทำออกมาได้รวดเร็วดี
  • Heart Rate Sensor แม่นยำระดับ Home use ไม่เทียบเท่าการใช้งานในโรงพยาบาลแต่ก็พอใช้ได้
  • Notification ภาษาไทยใช้งานแล้วรู้สึกดี
  • หน้าตานาฬิกาเปลี่ยนได้หลายแบบก็จริง แต่แบบ Default อ่ะ สวยสุดแล้ว
  • เวลาที่เราไม่ได้ใช้งาน หน้าจอจะดับเพื่อประหยัดพลังงาน แต่สามารถพลิกข้อมือขึ้นมาดูได้ หน้าจอจะติดโดยอัตโนมิติ แต่ Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหวตรงนี้ยังไม่ค่อยดี บางที พลิกแล้วหน้าจอก็ไม่ค่อยติด สุดท้ายก็ต้องกดปุ่มเปิดหน้าจอดูเวลาเอง
  • ราคา 5,900 ถ้าเทียบกับความสามารถถือว่าถูกมากๆ มีข้อแม้แค่ต้องใช้กับโทรศัพท์มือถือ Samsung เท่านั้น (รุ่นที่รองรับมีทั้งหมด 17 รุ่นครับ (Samsung Galaxy S5 / Galaxy Grand 2 / Galaxy Note 3 / Galaxy Note 3 Neo / Galaxy Note 2 / Galaxy S4 / Galaxy S3 / Galaxy S4 Zoom / Galaxy S4 Active / Galaxy S4 mini /
    Galaxy Mega 6.3 / Galaxy Mega 5.8 / Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) / Galaxy NotePRO (12.2) / Galaxy TabPRO (12.2/10.1/8.4)

Sponsored post by Samsung

Check Also

รีวิวพ่อบ้าน ตู้เย็น Samsung รุ่น Bottom Freezer ตู้เย็นที่ไม่ทำให้คุณปวดหลังเวลาเปิด!

จั่วหัวให้มันแปลกตา แต่รีวิวนี้เป็น Sponsored Post ที่มาได้จังหวะดีโคตรๆ เพราะผมพึ่งซื้อบ้านใหม่ และกำลังอยากจะได้ตู้เย็นพอดี ซึ่งทรงของตู้เย็นแบบนี้ อาจจะไม่ได้ใหม่หรือแปลกอะไรนักในบ้านเรา (หลายคนอาจจะได้ใช้นานแล้ว) แต่ผมเองก็พึ่งจะได้ใช้ตู้เย็นแบบนี้ แล้วพบว่า เออมันดีเหมือนกันแฮะ FacebookTwitterLine

17 comments

Leave a Reply